โพลสะท้อนความกังวลพฤติกรรมชาวอิสราเอลในไทย 45% เสนอรัฐลดเวลาพำนัก
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ชาวยิว” ซึ่งสะท้อนมุมมองของประชาชนในพื้นที่ตัวอย่างต่อข่าวสารและประสบการณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในประเทศไทย โดยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เคยรับรู้ข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ ขณะที่ผู้ที่เคยรับรู้ข่าวหรือมีประสบการณ์โดยตรงส่วนใหญ่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
การสำรวจดำเนินการระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปและมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และแม่ฮ่องสอน จำนวน 1,410 หน่วยตัวอย่าง โดยเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
ผลสำรวจพบว่า เมื่อถามถึงการเคยได้ยินข่าวสารหรือมีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ/หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 76.38 ระบุว่าเคยได้ยินจากข่าวผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งสื่อกระแสหลักและโซเชียลมีเดีย
รองลงมา ร้อยละ 17.45 ระบุว่าไม่เคยได้ยินข่าวและไม่เคยมีประสบการณ์โดยตรง ขณะที่ร้อยละ 5.11 เคยมีประสบการณ์โดยตรงด้วยตนเอง ร้อยละ 4.33 เคยได้รับการบอกเล่าจากผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรง และร้อยละ 3.48 ได้รับการบอกเล่าจากผู้ที่ไม่ได้มีประสบการณ์โดยตรง
สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่เคยได้ยินข่าวสารหรือมีประสบการณ์โดยตรง จำนวน 1,164 ตัวอย่าง เมื่อสอบถามถึงสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่พอใจจากข่าวสารหรือประสบการณ์ดังกล่าว พบว่า ร้อยละ 71.22 ระบุว่าไม่พอใจเรื่องการไม่เคารพกฎหมาย มากที่สุด
รองลงมา ร้อยละ 46.39 ระบุว่าพูดจาไม่สุภาพหรือแสดงอาการดูถูกคนไทย ร้อยละ 45.96 ไม่เคารพวัฒนธรรมไทย ร้อยละ 40.03 ไม่เคารพวิถีชีวิตชุมชน และร้อยละ 36.43 ไม่เคารพพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ
ขณะเดียวกัน ร้อยละ 31.44 แสดงความไม่พอใจต่อประเด็นการใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อถือครองที่ดิน ร้อยละ 29.04 ใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อถือครองธุรกิจ ร้อยละ 20.02 กังวลต่อพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ หรือศาสนา และร้อยละ 19.93 ระบุประเด็นการตั้งสุสานชาวอิสราเอลในไทยโดยไม่มีการปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่
เมื่อถามถึงมาตรการที่ประเทศไทยควรดำเนินการเพื่อจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและ/หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.49 เห็นว่าเจ้าหน้าที่ควรบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
รองลงมา ร้อยละ 45.45 เห็นว่ารัฐควรลดระยะเวลาอนุญาตพำนักอาศัยของชาวอิสราเอลในประเทศไทย ร้อยละ 38.49 เสนอให้ดำเนินการผ่านสถานทูตอิสราเอลเพื่อกำกับพฤติกรรมของชาวอิสราเอลในไทยอย่างเข้มงวด
ส่วนร้อยละ 26.46 เห็นว่าคนไทยควรร่วมมือกันต่อต้านพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมาย ร้อยละ 23.54 เสนอให้รัฐพิจารณาประเด็นความมั่นคงของชาติจากการขยายตัวของชุมชนชาวอิสราเอลในบางพื้นที่ และร้อยละ 17.53 เห็นว่าคนไทยควรร่วมมือกันต่อต้านผู้ที่ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ร้อยละ 6.62 เห็นว่ารัฐควรเนรเทศผู้ที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมายออกนอกราชอาณาจักร ขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างบางส่วนเสนอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการ และบางส่วนเห็นว่าไม่ควรใช้มาตรการที่รุนแรงเกินไป เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แรงงานไทยในอิสราเอล รวมถึงความสัมพันธ์ด้านการค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
ผลสำรวจครั้งนี้จึงสะท้อนว่า ในกลุ่มประชาชนที่เคยรับรู้ข่าวหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ความกังวลสำคัญอยู่ที่เรื่องการเคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนไทย โดยมาตรการที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดไม่ใช่การใช้มาตรการเฉพาะเจาะจงต่อเชื้อชาติหรือสัญชาติ หากแต่เป็นการเรียกร้องให้ภาครัฐและเจ้าหน้าที่ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเท่าเทียมกับทุกฝ่ายที่กระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย


