Header Ads

สภาพัฒน์กางตัวเลขสังคมปี 68 จ้างงานหด-หนี้เสียพุ่ง NPL ส่วนบุคคลทะลุ 1.3 ล้านล้านบาท จับตา AI แย่งงาน และวิกฤตพัฒนาการเด็กไทย


กรุงเทพฯ – สภาพัฒน์ (สศช.) เผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2568 พบสัญญาณเตือนหลายด้าน ทั้งการจ้างงานที่ลดลง หนี้เสียที่ลามถึงกลุ่มรายได้สูง รวมถึงวิกฤตพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล และภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ที่พุ่งสูง 

ตลาดแรงงานหดตัว-จับตา AI แย่งงาน

สถานการณ์แรงงานในปี 2568 มีผู้มีงานทำรวม 39.6 ล้านคน ลดลงร้อยละ 0.5 โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่หดตัวแรงถึงร้อยละ 3.4 แม้อัตราการว่างงานภาพรวมจะยังต่ำอยู่ที่ร้อยละ 0.81 แต่กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังคือผู้ว่างงานจากการถูกเลิกจ้างหรือปิดกิจการที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.1 นอกจากนี้ สภาพัฒน์ยังแนะให้รัฐเร่งวางแนวทางการใช้ AI อย่างเป็นธรรม เพื่อลดความกังวลของแรงงานต่อความมั่นคงในอาชีพ 

หนี้ครัวเรือนทรงตัว แต่หนี้เสีย (NPL) พุ่ง-ลามคนรวย

หนี้สินครัวเรือนมีมูลค่ารวม 16.31 ล้านล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 86.8 ของ GDP) แม้มูลค่าจะลดลงเล็กน้อยจากการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น แต่คุณภาพหนี้กลับแย่ลง โดยพบหนี้เสีย (NPLs) จากสินเชื่อส่วนบุคคลสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท ที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้มีรายได้สูง (เกิน 100,000 บาท/เดือน) เริ่มประสบปัญหาการชำระหนี้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21.0 พร้อมเตือนภัยสินเชื่อผ่านแอปฯ และระบบ "ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง" (BNPL) ที่เข้าถึงง่ายจนอาจกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต 

วิกฤตพัฒนาการเด็กไทย และ "Safe Sex" ที่ยังไม่ปลอดภัย

ด้านสังคมพบประเด็นเร่งด่วน คือ พัฒนาการเด็กปฐมวัยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยในปี 2568 มีเด็กที่มีพัฒนาการสมวัยเพียงร้อยละ 81.6 (เป้าหมายคือร้อยละ 85.0) ปัญหาใหญ่คือ "ออทิสติกเทียม" จากการปล่อยให้เด็กอยู่กับหน้าจอนานเกินไปและการเลี้ยงดูข้ามรุ่น ขณะที่สถานการณ์ทางเพศ พบว่าเยาวชนติดเชื้อ HIV สูงกว่าที่คาดการณ์ถึง 1.5 เท่า โดย 1 ใน 3 เป็นกลุ่มอายุ 15-24 ปี สะท้อนว่าการสอนเพศวิถีศึกษาในโรงเรียนยังขาดทักษะการตัดสินใจและปฏิบัติจริง 

เงินเฟ้อทางการแพทย์พุ่งสูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไป 15 เท่า

สภาพัฒน์ระบุว่าไทยกำลังเผชิญ "เงินเฟ้อทางการแพทย์" โดยในปี 2568 พุ่งสูงถึงร้อยละ 10.8 เมื่อเทียบกับเงินเฟ้อทั่วไปที่ร้อยละ 0.7 สาเหตุมาจากต้นทุนเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย การแข่งขันค่าตอบแทนบุคลากร และพฤติกรรมการใช้บริการเกินความจำเป็นในระบบประกันแบบเหมาจ่าย 

อาชญากรรมไซเบอร์-สารเคมีใน Fast Fashion

สำหรับประเด็นเฝ้าระวังอื่น ๆ ได้แก่ คดีอาญาที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.4 โดยเฉพาะการค้ายาเสพติดผ่าน QR Code และ AI Bot รวมถึงการหลอกลวงออนไลน์ที่ซับซ้อนขึ้นผ่านบัญชีม้าคริปโทฯ นอกจากนี้ยังเตือนผู้บริโภคเรื่องสารเคมีปนเปื้อนในสินค้า Fast Fashion ที่นำเข้าจากออนไลน์ และความเสี่ยงจาก "เบอร์โทรศัพท์รีไซเคิล" ที่อาจถูกเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้

ที่มา : สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

Theme images by fpm. Powered by Blogger.