สศช.เผย GDP ไตรมาส 2 โต 1.9% ปรับเป้าทั้งปี 2-2.5% ต้องจับตาเศรษฐกิจโลก-หนี้ครัวเรือน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัว 1.9% สูงกว่าที่ สศช.คาดไว้ 1.5% แต่ชะลอลงจากไตรมาสแรกที่โต 2.8% และเมื่อปรับฤดูกาลแล้วลดลง 0.2% โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจส่วนใหญ่ชะลอตัว ยกเว้นการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออก
การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวสูงถึง 13.4% จาก 10.1% ในไตรมาสแรก และเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนโต 1.9% ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐลดลง 1.6% จากที่ขยายตัว 9.4% ในไตรมาสก่อน ด้านภาคการผลิตขยายตัวเพียง 0.1% แม้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์โต 6.1% และการผลิตคอมพิวเตอร์โต 21.1%
สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราว่างงานอยู่ที่ 0.96% เงินเฟ้อ 2.7% และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 12.9 ล้านล้านบาท หรือ 66.9% ของ GDP โดย สศช.คาดว่าไตรมาส 3 จะปรับตัวดีขึ้น หลังไตรมาส 2 ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในต่างประเทศและถือเป็นจุดต่ำสุดของปี
สศช.ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นมาอยู่ที่ 2-2.5% ค่ากลาง 2.2% จากเดิม 2% โดยมีแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชน การบริโภคภาคครัวเรือน การส่งออก และการใช้จ่ายภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตา 4 ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ผลกระทบจากเอลนีโญต่อภาคเกษตร และปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง รวมถึงคุณภาพสินเชื่อเอสเอ็มอีที่อ่อนแอลง
นายดนุชา กล่าวถึงภาคยานยนต์ว่า แม้การส่งออกรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปลดลงจากมาตรการลดคาร์บอนและการแข่งขันของรถ EV แต่ไทยยังเป็นฐานการผลิตสำคัญของโตโยต้า ขณะที่รถกระบะยังขยายตัวราว 50-55% ส่วนมาตรการลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนภายใต้นโยบาย EV จะช่วยให้ผู้ผลิตตั้งฐานการผลิตในประเทศและทยอยเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทย
ส่วนมาตรการกระตุ้นการบริโภค เช่น “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายน สศช.จะติดตามตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนก่อนพิจารณามาตรการเพิ่มเติม ขณะที่การแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ไทยยังคงวางตัวเป็นกลางและเปิดรับการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
สำหรับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วงที่ผ่านมา มีสาเหตุหลักจากการนำเข้าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงราคาสูง โดยหากหักน้ำมันและทองคำ ดุลการค้ายังเป็นบวกราว 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากราคาน้ำมันลดลงและบริหารปริมาณนำเข้าได้เหมาะสม คาดว่าจะช่วยให้ดุลการค้าปรับตัวดีขึ้น


