เร่งแก้คอขวดสุวรรณภูมิ เพิ่ม Auto Gate 31 สัญชาติ รับผู้โดยสาร 6,000 คน/ชม. คาดเริ่มใช้สิ้น ส.ค.นี้
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หารือแนวทางยกระดับการบริการและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว โดยเร่งแก้ปัญหาความแออัดช่วงเวลาเร่งด่วนและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง
ข้อมูลจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพบว่า ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวมีผู้โดยสารสูงสุดเฉลี่ย 190,000 คนต่อวัน ขณะที่ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศอยู่ที่ราว 70,000 คนต่อวัน และช่วงเวลา 13.00-17.00 น. มีผู้โดยสารเข้าสู่พื้นที่ตรวจคนเข้าเมืองสูงถึง 5,000-6,000 คนต่อชั่วโมง รัฐบาลจึงเตรียมบริหารการเปิดใช้พื้นที่ตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 3 โซน กระจายผู้โดยสารไปยังพื้นที่ที่มีความหนาแน่นน้อย พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสาร
มาตรการสำคัญคือการขยายสิทธิ์ใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Auto Gate) เพิ่มอีก 31 สัญชาติ จากกลุ่มที่ใช้งานได้ในปัจจุบัน โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนลงนามและคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 การพิจารณาคำนึงถึงสถิติการปฏิเสธเข้าเมือง Henley Passport Index รวมถึงข้อกฎหมายและความมั่นคง
หากระบบทำงานเต็มประสิทธิภาพ คาดว่าจะเพิ่มกลุ่มผู้โดยสารที่ใช้ Auto Gate ได้ราว 6.5 ล้านคน รวมถึงผู้ถือวีซ่าระยะยาวบางกลุ่มอีกประมาณ 900,000 คน และทำให้ผู้โดยสารขาเข้าราว 53% สามารถผ่าน Auto Gate ได้ ขณะที่ 47% ยังคงผ่านการตรวจโดยเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ การเปิดใช้งานจะทยอยดำเนินการตามความพร้อมของอุปกรณ์ ระบบรักษาความปลอดภัย และข้อมูลชีวมิติ
นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมเร่งประชาสัมพันธ์ช่องทางทางการสำหรับการกรอก Thailand Digital Arrival Card (TDAC) หลังพบผู้เดินทางบางรายเข้าสู่เว็บไซต์ที่ไม่ใช่ช่องทางทางการและอาจถูกเรียกเก็บค่าบริการ โดยย้ำว่า การยื่น TDAC ผ่านระบบทางการไม่มีค่าธรรมเนียม พร้อมประสานสายการบินแจ้งข้อมูลแก่ผู้โดยสารก่อนเดินทาง
ที่ประชุมยังหารือการเพิ่มพื้นที่พักคอยสำหรับผู้โดยสารที่มาถึงสนามบินล่วงหน้า พื้นที่รองรับผู้โดยสารต่อเครื่อง และการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในระยะยาว เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยนางศุภจีสั่งเร่งแก้ปัญหาที่ดำเนินการได้ทันที ส่วนประเด็นด้านกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนระยะยาว จะนำเข้าสู่การหารือระดับรัฐบาล เพื่อยกระดับสุวรรณภูมิเป็นประตูประเทศที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวไทย
ที่มา : รัฐบาลไทย


