Header Ads

ไทย-กัมพูชา เห็นพ้องใช้ UNCLOS เป็นกรอบหารือแบ่งเขตแดนทางทะเลหลังยกเลิก MOU 2544


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุมหารือ 3 ฝ่ายกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ที่โรงแรม Shangri-La Mactan เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการหารือ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ไทย–กัมพูชา

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีไทยระบุว่า การพูดคุยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา และมุ่งมองไปข้างหน้า ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันต่อแนวทางเจรจาและการรักษาสันติภาพ พร้อมย้ำว่า ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และความขัดแย้งย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียแก่ทุกฝ่าย จึงถึงเวลาที่ทั้งสองประเทศต้องร่วมกันเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์บนพื้นฐานของความจริงใจและความร่วมมือ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและกัมพูชาร่วมจัดทำมาตรการสร้างความเชื่อมั่นในทางปฏิบัติ เริ่มจากประเด็นที่สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อฟื้นฟูความไว้วางใจและสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง รวมถึงเพิ่มการสื่อสารโดยตรงในทุกระดับ เพื่อลดความเข้าใจผิดและขยายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่า ได้เสนอแนวทางหารือเรื่องเขตแดนทางบกและทางทะเลบนพื้นฐานความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี พร้อมยืนยันว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพและความร่วมมือในภูมิภาค

ต่อมาในการแถลงผลการหารือร่วมกับคณะผู้แทนไทย นายอนุทินกล่าวว่า ฝ่ายไทยได้นำทีมด้านการต่างประเทศและความมั่นคงเข้าร่วม เพื่อยืนยันจุดยืนของไทยที่ยึดมั่นแนวทางสันติภาพ ควบคู่กับการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของประชาชนไทย โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้ามาตรการด้านความมั่นคงและความร่วมมือทางทหารระหว่างไทย–กัมพูชา ซึ่งตลอดกว่า 5 เดือนที่ผ่านมาไม่เกิดเหตุรุนแรงตามแนวชายแดน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยได้ชี้แจงเหตุผลการยกเลิก MOU 2544 ต่อฝ่ายกัมพูชา ซึ่งอีกฝ่ายรับทราบและเข้าใจจุดยืนของไทยแล้ว พร้อมเห็นพ้องให้ใช้หลักการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS เป็นกรอบสำคัญในการดำเนินการในอนาคต แม้รายละเอียดเชิงปฏิบัติยังต้องหารือต่อไป

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้เริ่มกระบวนการหารือทุกระดับอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งในกรอบ JBC และ GBC รวมถึงการหารือระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ โดยยึดข้อตกลงหยุดยิงและแนวทางที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพและความไว้วางใจ

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาล ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมดูแลความปลอดภัยของประชาชนไทยในกัมพูชา และประชาชนกัมพูชาในไทย ไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม

พร้อมกันนี้ ไทยเสนอให้ใช้กรอบทวิภาคีในการหารืออย่างสร้างสรรค์ ปราศจากแรงกดดันจากประเทศที่สาม เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย ขณะที่ยืนยันว่า การหารือครั้งนี้ยังไม่มีการเจรจาเรื่องการกำหนดเขตแดนหรือการเปิดพรมแดน โดยเป็นเพียงการเริ่มต้นพูดคุยในระดับปฏิบัติการเท่านั้น

ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยจะรักษาเกียรติภูมิ อธิปไตย และผลประโยชน์ของประชาชนไทยอย่างเต็มที่ พร้อมดำเนินทุกแนวทางด้วยความรอบคอบ เพื่อไม่ให้ประเทศเกิดความสูญเสียจากกระบวนการเจรจาในครั้งนี้

ที่มา : รัฐบาลไทย

Theme images by fpm. Powered by Blogger.