ระวัง! มัลแวร์ JSceal ฝังคอมฯ คุมหน้าจอแอบโอนเงิน ตกเป็นเหยื่อแล้วนับ 10 ราย สูญเงินร่วม 10 ล้านบาท
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์เฟสบุ๊คแจ้งเตือนให้ระวัง! ก่อนเงินหายไม่รู้ตัว โดยระบุ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) พบมัลแวร์ ‘JSceal’ ฝังคอมฯ แฮกเกอร์คุมหน้าจอเหมือนนั่งสั่งการเอง ก่อนแอบโอนเงินเงียบมีเหยื่อนับ 10 ราย สูญเงินร่วม 10 ล้านบาท
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เตือนให้ระวังมัลแวร์ “JSceal” ที่แฝงตัวอยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพบมีผู้เสียหายร่วม 10 ราย ถูกมัลแวร์ตัวนี้แฝงอยู่ในอุปกรณ์โดยไม่รู้ตัว โดยแฮกเกอร์ได้มีการขโมยข้อมูล พร้อมทำธุรกรรมทางการเงิน ทำให้สูญเงินรวมกว่า 10 ล้านบาท
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าในเครื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย มีมัลแวร์ “JSceal” ถูกฝังอยู่ภายใน ซึ่งมัลแวร์ตัวนี้เป็นมัลแวร์ที่มีจุดเด่นในการแฝงตัวในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่างแนบเนียน รันการทำงานอยู่ตลอดเวลา และสแกนตรวจจับได้ยาก
มัลเเวร์ตัวนี้ ทำงานแบบ “C2 Server” ซึ่งแฮกเกอร์สามารถเข้าควบคุม จัดการอุปกรณ์ ดึงข้อมูลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่านที่บันทึกไว้ในอุปกรณ์ ประวัติการใช้งานต่างๆ รวมไปถึงกระเป๋าเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) แล้วส่งกลับไปยังแฮกเกอร์ได้อย่างไร้ร่องรอย เปรียบเสมือนกับเเฮกเกอร์นั่งควบคุมอยู่ที่หน้าจออุปกรณ์ด้วยตนเอง จึงทำให้ผู้เสียหายไม่ทราบว่ามีมัลแวร์ตัวนี้ ฝังอยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของตนเอง จนมาทราบภายหลังเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว
แหล่งที่มาของมัลเเวร์ “JSceal” พบว่ามีแหล่งที่มาจาก
- การดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์
- การเข้าใช้งานเว็บไซต์ หรือคลิกลิงก์จากโฆษณาที่ไม่น่าเชื่อถือ
- การใช้งานโปรแกรมที่คัดลอกมาจากอุปกรณ์อื่น ซึ่งอาจมีมัลแวร์แฝงอยู่
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จึงฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังการถูกติดตั้ง มัลแวร์ “JSceal” ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยสามารถป้องกันอุปกรณ์ของคุณได้ด้วยตนเอง ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการติดตั้งโปรแกรมที่ไม่ได้มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
- ไม่ปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัสในทุกกรณี
- หมั่นอัปเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน
- ตรวจสอบการอนุญาตเข้าถึงอุปกรณ์ของแอปพลิเคชั่นอย่างสม่ำเสมอ
- ใช้โปรแกรม malwarebytes ในการตรวจสอบและกำจัดภัยคุกคาม
ทั้งนี้ จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังพบว่าแฮกเกอร์มีการเข้าถึงข้อมูลรหัส OTP ที่ส่งผ่าน Google messages ในโทรศัพท์มือถือผู้เสียหายที่มีการซิงค์กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จนทำให้แฮกเกอร์สามารถนำรหัส OTP ไปทำธุรกรรมทางการเงินแทนผู้เสียหายได้ ดังนั้น นอกจากการวิธีการป้องกันตามวิธีข้างต้นแล้ว
ที่มา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


