ทองคำแพงไปหรือยัง? เปิดกลยุทธ์ลงทุน ‘ย่อซื้อหรือรอไปก่อน’ อย่างไหนดีกว่ากัน
สถานการณ์ปัจจุบัน ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ได้ทะยานขึ้นมายืนเหนือระดับ $5,100 และเคยทดสอบจุดสูงสุดใหม่ที่ประมาณ $5,595 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
สำหรับตลาดในประเทศไทย ราคาทองคำแท่งพุ่งทะลุ 60,000 - 70,000 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเกิดจากปัจจัยขับเคลื่อนหลัก 3 ประการ คือ
นโยบายดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์ : ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงเพื่อประคองเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว ทำให้ค่าเสียโอกาสในการถือทองคำลดลงและกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่ากระแส
De-dollarization: ธนาคารกลางทั่วโลก (โดยเฉพาะจีน) ยังคงเป็นผู้ซื้อสุทธิ (Net Buyer) ติดต่อกันเป็นปีที่ 15 เพื่อกระจายความเสี่ยงจากทุนสำรองระหว่างประเทศในรูปดอลลาร์
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: ปัญหาความขัดแย้งในหลายภูมิภาค รวมถึงนโยบายกำแพงภาษีการค้าโลกใหม่ สร้างภาวะ Panic Buy ในสินทรัพย์ปลอดภัย
คาดการณ์ทิศทางราคาในระยะ 3 เดือน และ 6 เดือน
ทิศทางแนวโน้ม 3 เดือนข้างหน้า ตลาดโลก (Gold Spot) $5,200 - $5,400 ตลาดประเทศไทย 70,000 - 72,500 บาท อาจมีการพักฐานสั้นๆ แต่ยังมีแรงซื้อสะสมจาก ETF หนุนอยู่
6 เดือนข้างหน้า ตลาดโลก (Gold Spot) $5,500 - $5,800 ตลาดในประเทศไทย 73,000 - 76,000 บาท หาก Fed ลดดอกเบี้ยต่อเนื่องและปัญหาหนี้สาธารณะสหรัฐฯ รุนแรงขึ้น (หมายเหตุ: คำนวณบนสมมติฐานค่าเงินบาทที่ประมาณ 30.50 - 31.50 บาทต่อดอลลาร์)
กลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักลงทุนทั่วไป
แม้ทิศทางจะเป็นขาขึ้น แต่ด้วยราคาที่อยู่ในระดับ All-Time High การลงทุนจึงต้องใช้ความระมัดระวังสูง ขอแนะนำกลยุทธ์ดังนี้
อย่าไล่ราคา (Avoid FOMO): การเข้าซื้อที่จุดสูงสุดมีความเสี่ยงที่จะเจอการปรับฐาน (Correction) 10-15% ได้เสมอ ให้เน้นการ "ย่อซื้อ" เมื่อราคาอ่อนตัวลงมาแตะแนวรับสำคัญ
การจัดพอร์ตแบบ Asset Allocation: ควรมีทองคำในพอร์ตประมาณ 10% - 15% เพื่อทำหน้าที่เป็น "ประกันภัย" ของพอร์ตการลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนกลยุทธ์ DCA
สำหรับมือใหม่: หากไม่มั่นใจจังหวะเวลา การออมทองรายเดือน (Dollar Cost Averaging) เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในระยะสั้น
เฝ้าระวังค่าเงินบาท: สำหรับนักลงทุนในไทย หากเงินบาทแข็งค่าเกินไปอาจทำให้ราคาทองในประเทศไม่พุ่งแรงเท่าตลาดโลก ควรติดตามนโยบายการเงินของ ธปท. ควบคู่ไปด้วย
"ทองคำในปี 2569 ไม่ใช่เพียงสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร แต่เป็นสินทรัพย์หลักที่ต้องมีไว้เพื่อรักษาอำนาจซื้อ (Purchasing Power) ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อทางโครงสร้างและหนี้โลกที่พุ่งสูง"


