มติเอกฉันท์! ศาล รธน. ตีตกคำร้องผู้สมัคร สว. อ้างถูกละเมิดสิทธิจากการเลือก สว.ปี 67 “ไม่สุจริต-เที่ยงธรรม”
ศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่ข่าวที่ 4/2569 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญได้ปรึกษาคดีจำนวน 9 เรื่อง โดยมีคดีที่สำคัญและเป็นที่สนใจ 2 เรื่อง ดังนี้
(1) นายสมพล หริกุล (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 (เรื่องพิจารณาที่ 3/2569)
ผู้ร้องระบุว่า ตนเป็นผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ประจำปี พ.ศ. 2567 และเป็นบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียกับการกระทำของศาลรัฐธรรมนูญ (ผู้ถูกร้อง) ที่มีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 5 คำร้อง ไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยให้เหตุผลทำนองเดียวกันว่า การจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นไปโดยไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 (2) ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 45/2567, 46/2567, 47/2567, 48/2567 และ 49/2567 ซึ่งไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้อง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 5 และมาตรา 25
ผลการพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ แม้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งผลการพิจารณาให้ยุติเรื่อง ทำให้ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงและเอกสารประกอบไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกร้องอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องในฐานะผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาเกี่ยวกับการกระทำของผู้ถูกร้องเท่านั้น กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ได้
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
(2) นายสมพล หริกุล (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 (เรื่องพิจารณาที่ 10/2569)
ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ถูกร้อง) ไม่ยื่นคำร้องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และวินิจฉัยให้ยุติเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาในปี พ.ศ. 2567 ทั้งที่คำร้องอ้างเหตุผลไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้อง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 5 และมาตรา 25
ผลการพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพจากการกระทำของผู้ถูกร้องอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องเท่านั้น กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ได้
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย



