กกต.ตีกรอบเวลา 60 วัน ประกาศผลเลือกตั้ง สส. หลังตรวจสอบความสุจริตไม่น้อยกว่า 95%
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข่าวชี้แจงหลักเกณฑ์การประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ ภายหลังการเลือกตั้งและการทำประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุว่า การประกาศผลจะดำเนินการตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด และต้องผ่านการตรวจสอบความสุจริตและเที่ยงธรรมก่อน
กกต.ระบุว่า เมื่อมีการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่าการเลือกตั้ง สส. เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนเขตเลือกตั้งที่ตรวจสอบแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด กกต.มีหน้าที่ต้องประกาศผลการเลือกตั้ง โดยต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง
สำหรับ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด จะเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง หากมีผู้ได้คะแนนสูงสุดเท่ากันหลายคน ให้ใช้วิธีจับสลากต่อหน้าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต ตามหลักเกณฑ์ที่ กกต.กำหนด
ส่วน สส.แบบบัญชีรายชื่อ จะคำนวณจากคะแนนรวมที่พรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั่วประเทศ นำคะแนนรวมทั้งหมดหารด้วยจำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เพื่อหาคะแนนเฉลี่ยต่อ สส. 1 คน จากนั้นนำคะแนนของแต่ละพรรคมาหารด้วยคะแนนเฉลี่ย โดยผลลัพธ์จำนวนเต็มคือจำนวน สส.ที่พรรคได้รับ
หากการคำนวณแล้วยังได้ สส.บัญชีรายชื่อไม่ครบ 100 คน จะจัดสรรเพิ่มเติมให้พรรคการเมืองที่มีเศษคะแนนสูงสุดตามลำดับจนกว่าจะครบจำนวน หากมีเศษเท่ากันและทำให้จำนวนเกิน 100 คน ให้ใช้วิธีจับสลาก โดยผู้ได้รับเลือกตั้งจะเรียงตามลำดับรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอไว้ และต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครในบัญชีรายชื่อที่ยื่นไว้ตามกฎหมาย
ในส่วนของ การคัดค้านการเลือกตั้ง สส. ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง สามารถยื่นคำร้องคัดค้านได้ หากเห็นว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรมหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยสามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง จนถึง 30 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม กรณีคัดค้านเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง สามารถยื่นได้ภายใน 180 วันนับแต่วันประกาศผลเลือกตั้ง ขณะที่การคัดค้านการนับคะแนนหรือการรวมคะแนน ต้องยื่นในช่วงที่ยังนับคะแนนไม่แล้วเสร็จ หรือก่อนประกาศผลการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง
สำหรับ การออกเสียงประชามติ เมื่อพ้นระยะเวลาคัดค้าน ซึ่งผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถยื่นคัดค้านได้ภายใน 48 ชั่วโมงหลังสิ้นสุดการลงคะแนน และเมื่อ กกต.ตรวจสอบแล้วเห็นว่าการออกเสียงเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กกต.จะประกาศผลและจำนวนผู้มาใช้สิทธิในราชกิจจานุเบกษา พร้อมรายงานต่อคณะรัฐมนตรีและประธานรัฐสภา
ทั้งนี้ เรื่องที่จัดทำประชามติจะถือว่ามีข้อยุติ หากได้คะแนนเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ และคะแนนเสียงข้างมากต้องมากกว่าคะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องนั้น
กกต.ขอเชิญประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือสายด่วน 1444
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง



