เริ่มแล้ว! นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้องปลอดการเผา ลด PM2.5 ยกระดับมาตรฐานการค้า
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกกฎระเบียบว่าด้วยการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลี สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปี 2569 รวม 4 ฉบับ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อกำกับดูแลการนำเข้าอย่างเป็นระบบ ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย โดยทั้งหมดสอดคล้องมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว
สาระสำคัญคือ กฎใหม่กำหนดให้การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้องเป็น “ข้าวโพดปลอดการเผา” เพิ่มเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นทางการ เพื่อลดปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ข้ามแดน สนับสนุนเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดรับแนวโน้มการค้าโลก โดยผู้นำเข้าต้องแสดงเอกสารรับรองแหล่งผลิต และเก็บข้อมูลไว้ตรวจสอบย้อนหลังเป็นเวลา 5 ปี
ในช่วงเริ่มต้น รัฐเปิดทางให้ใช้หนังสือรับรองตนเอง หรือเอกสารจากหน่วยงานรัฐหรือองค์กรที่ได้รับการรับรองจากประเทศผู้ส่งออก เพื่อไม่ให้กระทบการค้า พร้อมแต่งตั้งหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานกลางเผยแพร่รายชื่อผู้มีอำนาจออกเอกสารรับรอง
ส่วนกฎระเบียบอีก 2 ฉบับ เป็นการบริหารการนำเข้าข้าวโพดตามกรอบอาเซียนและ WTO ต่อเนื่องจากปีก่อน โดยปี 2569 อนุญาตให้นำเข้าข้าวโพดจากอาเซียนโดยไม่จำกัดปริมาณ ภาษี 0% แต่จำกัดช่วงนำเข้าผู้นำเข้าทั่วไปเหลือ 5 เดือน เพื่อไม่กระทบผลผลิตในประเทศ ขณะที่โควตา WTO ขยายปริมาณนำเข้าจากเดิม 54,700 ตัน เป็น 1 ล้านตันต่อปี เปิดให้ทั้งองค์การคลังสินค้าและเอกชนนำเข้า
ขณะที่การนำเข้าข้าวสาลียังคงหลักเกณฑ์เดิม เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีวัตถุดิบเพียงพอ โดยไม่มีเงื่อนไขใหม่ที่เป็นสาระสำคัญเชิงนโยบาย
รัฐบาลย้ำให้ผู้นำเข้าให้ความสำคัญกับกฎ “ข้าวโพดปลอดการเผา” เป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ที่เพิ่มข้อกำหนดด้านเอกสารและการตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเข้มงวด



