Header Ads

KPI Poll ชี้คนไทยพร้อมไปพร้อมเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ในระดับสูง แต่ยังกังวลเรื่องความสุจริต โปร่งใส


ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ความพร้อมของประชาชนต่อการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569” พบว่า โดยภาพรวมประชาชนมีความพร้อมอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ค่าเฉลี่ย 7.81 คะแนนจาก 10 คะแนน อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งยังอยู่ในระดับต่ำกว่ามิติอื่น และมีความแตกต่างกันชัดเจนตามภูมิภาค 

การสำรวจดังกล่าวดำเนินการระหว่างวันที่ 26–29 ธันวาคม 2568 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,000 ตัวอย่าง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน และสัมภาษณ์แบบพบหน้า โดยกำหนดระดับความเชื่อมั่นทางสถิติที่ร้อยละ 95 และค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ 2.5

ผลการวิเคราะห์พบว่า เมื่อจำแนกความพร้อมออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ความเข้าใจ ด้านทัศนคติ และด้านการมีส่วนร่วม ด้านความรู้ความเข้าใจมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดที่ 8.46 คะแนน สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจขั้นตอนการเลือกตั้งและการตรวจสอบสิทธิของตนเองเป็นอย่างดี ขณะที่ด้านทัศนคติมีค่าเฉลี่ย 7.81 คะแนน โดยประชาชนมีความตั้งใจไปใช้สิทธิในระดับสูงมาก (9.02 คะแนน) และเห็นประโยชน์ของการเลือกตั้งในระดับสูงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจับตาคือ ความเชื่อมั่นต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง ซึ่งได้คะแนนเฉลี่ยเพียง 6.23 คะแนน ต่ำกว่ามิติอื่นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนช่องว่างด้านความไว้วางใจต่อกระบวนการเลือกตั้ง แม้ประชาชนจะมีความตั้งใจและตระหนักถึงความสำคัญของการใช้สิทธิ

ในมิติด้านการมีส่วนร่วม ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 7.18 คะแนน โดยประชาชนมีความพร้อมในการชักชวนคนใกล้ตัวไปใช้สิทธิในระดับสูง (8.62 คะแนน) แต่บทบาทด้านการกำกับตรวจสอบยังอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะความกล้าในการรายงานการทุจริตต่อ กกต. และความพร้อมในการไปเฝ้าดูการนับคะแนน

เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค พบว่า กรุงเทพมหานครมีระดับความพร้อมโดยรวมสูงที่สุด ค่าเฉลี่ย 8.81 คะแนน รองลงมาคือภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่า โดยภาคใต้มีระดับความพร้อมต่ำสุด

ข้อมูลเชิงลึกยังชี้ว่า ความเชื่อมั่นต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งแตกต่างกันอย่างเด่นชัดตามพื้นที่ โดยกรุงเทพมหานครมีคะแนนความเชื่อมั่นสูงที่สุด ขณะที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ สะท้อนโจทย์สำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นในบางพื้นที่เป็นพิเศษก่อนวันเลือกตั้ง

เมื่อจำแนกตามช่วงอายุ รายได้ การศึกษา และอาชีพ พบว่าระดับความพร้อมของประชาชนในแต่ละกลุ่มแตกต่างกันไม่มากนัก และส่วนใหญ่อยู่ในช่วงค่อนข้างสูง โดยกลุ่มวัยทำงานตอนต้นถึงกลาง และกลุ่มข้าราชการหรือพนักงานรัฐมีระดับความพร้อมสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย

ทั้งนี้ ผลสำรวจสะท้อนภาพรวมว่า แม้ประชาชนไทยจะมีความรู้ ความตั้งใจ และทัศนคติที่ดีต่อการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แต่ “ความเชื่อมั่นต่อความสุจริตและความโปร่งใส” รวมถึง “การมีส่วนร่วมเชิงตรวจสอบ” ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของกระบวนการเลือกตั้งในรอบนี้



Theme images by fpm. Powered by Blogger.