จะเป็นนายกฯ ครบปี...หรือไม่?
หลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง รับคำร้องของ 40 ส.ว.เอาไว้พิจารณาชี้ขาดว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กระทำการอันขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีเสนอแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ผู้ถูกร้องที่ 1 (นายเศรษฐา) ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน ผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยผู้ถูกร้องที่ 1 ทั้งๆ ที่รู้ หรือ ควรรู้อยู่แล้วว่า ผู้ถูกร้องที่ 2 ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 160 (4) และ(5) ที่บัญญัติว่า
มาตรา 160 รัฐมนตรีต้อง (4) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (5) ไม่มีประพฤติกรรม อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
หลังพบมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5) ประเด็นว่าด้วยขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ต้องสิ้นสุดลงหรือไม่
แม้นายพิชิต จะชิงลาออกไปก่อนหน้า แต่ก็เป็นการตัดช่องน้อยแต่พอตัว เพื่อให้ศาลตีตกคำร้องของตัวเองไปเพราะไม่มีเหตุต้องรับไว้พิจารณาว่าขาดคุณสมัติการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแล้ว
แต่ข้อกล่าวหาต่อนายเศษฐา ไม่ได้สิ้นสุดไปด้วย
เพราะการเสนอแต่งตั้งนายพิชิต ได้ดำเนินการลุงล่วงไปแล้ว นายพิชิตไม่ได้ำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีแล้ว แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แค่กว่า 20 วันเท่านั้นก็ตาม
เวลา 15 วันที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ต่อนายเศรษฐา เพื่อทำคำชี้แจง
แม้อาจใช้สิทธิ์ขอขยายเวลาส่งคำชี้แจงได้ และศาลฯก็อาจอนุมัติตามคำขอเพราะต้องการให้เห็นว่าอำนวยความยุติธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหาอย่างเต็มที่ แต่บวกลบคูณหารแล้วทุกอย่างน่าจะจบได้ในช่วงไม่เกินสิ้นเดือนมิถุนายน หรืออย่างช้าไม่เกินกลางเดือนกรกฎาคม
ต่อให้ยื้อเวลากันได้สุดๆ อย่างไร คดีนี้ก็จะมีคำตัดสินออกมาก่อนที่นายเศรษฐา จะนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีครบ 1 ปี ในวันที่ 23 สิงหาคม 2567
ระยะเวลา 1 ปี อันเป็นกรอบเวลาที่พูดกันมาแต่แรกก่อนที่นายเศรษฐา จะได้เป็นนายกฯว่า จะได้เถลิงอำนาจบริหารสูงสุดเพียงชั่วคราวเท่านั้น
เพียงแต่ว่าหารพ้นจากอำนาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่มีกระแสข่าวมาก่อนน้านี้ คือ ไม่ได้เต็มใจลงจากอำนาจเอง แต่ถูกสั่งให้ลงจากอำนาจ
ไม่ต้องมีแหล่งข่าวระดับสูง
ไม่ต้องใช้ข่าววงใน
แค่มองอดีต ก็เห็นปัจจุบัน
มองปัจจุบัน ก็เห็นอนาคต
ส.ว.กลุ่มนี้มีฤทธิ์เดช แสดงอิทธิฤทธิ์ ให้เห็นแล้วหลายครั้ง
คำร้องที่ยื่นชงต่อศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นอิทธิฤทธิ์สุดท้ายที่สำแดงก่อนจะจากอำนาจรักษาการตามกฎหมาย
ไม่ต้องลุ้น เพราะไม่น่ามีอะไรต้องลุ้นต่อผลที่จะออกมา
ยกเว้นแต่ว่าจะมีผู้มีอิทธิฤทธิ์มากกว่ากลุ่ม 40 ส.ว. มายับยั้งเรื่องนี้...แต่...ยังมองไม่เห็นผู้มีอิทธิฤธิ์..คนนั้น..
........................
คอลัมน์...จับกระแสการเมือง / สมศักดิ์ ไม้พรต / เว็บไซต์...โลกธุรกิจ


