ครม.ไฟเขียวแก้ พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายอายุผู้ประกันตนถึง 65 ปี เปิดทางเลือก บำเหน็จ-บำนาญ-ขอคืนก่อนเกษียณได้
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนต่อไปจะนำร่างกฎหมายเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา
นายจุลพันธ์ระบุว่า การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ถือเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบหลายปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงยกระดับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนให้รองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีสาระสำคัญครอบคลุมทั้งการขยายความคุ้มครองและเพิ่มสิทธิประโยชน์ในหลายด้าน
สำหรับการขยายความคุ้มครองผู้ประกันตน กำหนดให้ขยายอายุขั้นสูงสุดของผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิม 60 ปี เป็น 65 ปี พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้รับบำนาญสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39/1 เพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม 3 กรณี ได้แก่ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต
ส่วนการเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ ได้กำหนดมาตรการที่เรียกว่า "3 ขอ" ประกอบด้วย ขอเลือก ขอคืน และขอกู้ เพื่อเพิ่มทางเลือกและบรรเทาภาระทางการเงินให้แก่ผู้ประกันตน
โดย "ขอเลือก" เปิดให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกรับเงินบำนาญชราภาพหรือบำเหน็จชราภาพได้ เมื่อส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน และมีอายุ 55 ปี ขณะที่ "ขอคืน" เปิดสิทธิให้สามารถขอรับเงินสะสมชราภาพบางส่วนก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนได้ในกรณีเกิดพิบัติภัย ส่วน "ขอกู้" เปิดโอกาสให้นำเงินสะสมชราภาพบางส่วนไปใช้เป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินได้
ทั้งนี้ การขอคืนและขอกู้กำหนดวงเงินไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินสะสมชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานค่าจ้างขั้นสูง นอกจากนี้ ยังเปิดให้ผู้รับบำนาญสามารถขอรับเงินบำนาญชราภาพล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 เดือน
ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายยังปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้แก่ เพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร เพิ่มเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 70 ขยายความคุ้มครองกรณีสงเคราะห์บุตรต่อไปอีก 6 เดือน หลังสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน และกำหนดให้ผู้ประกันตนกรณีว่างงานที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี มีสิทธิได้รับเงินกรณีว่างงานก่อนเข้าสู่การรับเงินชราภาพ
สำหรับประเด็นสิทธิการลาคลอดบุตร ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ได้รับความสนใจ นายจุลพันธ์ชี้แจงว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับนี้ยังคงกำหนดสิทธิการลาคลอดไว้ที่ 90 วัน ขณะที่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมได้ปรับเพิ่มสิทธิลาคลอดเป็น 120 วันแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาลดทอนสิทธิของแรงงาน เนื่องจากร่างแก้ไขกฎหมายประกันสังคมจัดทำขึ้นก่อนที่จะมีการปรับปรุงสิทธิลาคลอดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หากกลับไปแก้ไขร่างกฎหมายในขั้นตอนนี้ จะต้องส่งกลับไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาใหม่ ซึ่งอาจทำให้กระบวนการออกกฎหมายล่าช้าออกไป
กระทรวงแรงงานจึงเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายตามเนื้อหาปัจจุบัน และจะเสนอปรับแก้ประเด็นสิทธิลาคลอดจาก 90 วัน เป็น 120 วัน ในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว
ที่มา : จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์


