Header Ads

องคมนตรี มอบหนังสือรับรองทำกิน "อส.12 ข" แก่ราษฎรทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ตะวันตก ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน หนุนคนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน


วันที่ 5 ตุลาคม 2569 พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ (อส.12 ข) ให้แก่ตัวแทนราษฎรในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ณ ศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาป่าไม้และชุมชน อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และส่วนราชการจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อสืบสานพระบรมราโชบายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม

พลเอก ไพบูลย์  กล่าวเปิดพิธีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณและทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่มรดกโลกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้แก่ บ้านสาละวะ บ้านไล่โว่ บ้านทิไล่ป้า และบ้านจะแก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการคมนาคม สาธารณูปโภค สาธารณสุข เศรษฐกิจ การศึกษา และสิ่งแวดล้อม การมอบหนังสือรับรอง อส.12 ข ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดรูปที่ดินและสร้างความมั่นคงแก่ราษฎร จึงขอให้ประชาชนทุกคนร่วมมือกันดูแล ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากผืนป่าอย่างถูกต้อง เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่ลูกหลานในอนาคต

ด้าน นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้เร่งรัดดำเนินงานสำรวจการครอบครองที่ดินและกำหนดแนวเขตบริหารเพื่อการอนุรักษ์ตามกฎหมาย สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก มีพื้นที่ดำเนินการรวม 4 หมู่บ้าน โดยมีราษฎรผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติทั้งสิ้น 202 ราย จำนวน 332 แปลง คิดเป็นเนื้อที่รวมประมาณ 4,540.11 ไร่ ซึ่งในพิธีครั้งนี้ได้คัดเลือกตัวแทนราษฎรหมู่บ้านละ 5 ราย รวม 20 ราย เข้ารับมอบหนังสือรับรองฯ จากท่านองคมนตรี โดยการดำเนินงานดังกล่าวสำเร็จได้ด้วยความร่วมมืออย่างบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ ฝ่ายทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันสำรวจและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความชัดเจนทั้งในมิติพื้นที่และคุณสมบัติของราษฎร โดยคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ วิถีชีวิตชุมชน และไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้จัดทำหลักเกณฑ์และแนวทางเปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนสามารถร่วมกันจัดทำแผนงานหรือโครงการเพื่อใช้ประโยชน์พื้นที่ในลักษณะ "แปลงรวม" ให้สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีวิตตามปกติ อันเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับประชาชน ในการร่วมกันกำหนดทิศทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้คนและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืนต่อไป

Theme images by fpm. Powered by Blogger.