Header Ads

ข่าวดีการศึกษาไทย! PISA 2025 คะแนนพุ่งครบ 3 ด้าน อันดับโลกขยับ 58 สู่ 53


ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA 2025 เป็นสัญญาณที่น่ายินดีสำหรับการศึกษาไทย หลังคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนไทยเพิ่มขึ้นทั้ง 3 ด้าน เมื่อเทียบกับ PISA 2022 ได้แก่ วิทยาศาสตร์ 432 คะแนน เพิ่มขึ้น 23 คะแนน คณิตศาสตร์ 407 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน และการอ่าน 392 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน ส่งผลให้อันดับของประเทศไทยขยับจากอันดับ 58 ในปี 2022 มาเป็นอันดับ 53 ในปี 2025


        สิ่งที่น่ายินดีไม่ใช่เพียงอันดับที่ขยับขึ้น แต่คือการที่คะแนนเพิ่มขึ้นทั้ง 3 ด้าน ซึ่งสะท้อนพัฒนาการของผู้เรียนในทักษะสำคัญ ทั้งการใช้เหตุผล การคิดวิเคราะห์ การทำความเข้าใจข้อมูล และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งใน 8 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ ที่คะแนนเฉลี่ยทั้ง 3 ด้านเพิ่มขึ้นจาก PISA 2022 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สะท้อนถึงพัฒนาการที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในรอบการประเมินครั้งนี้

        สำหรับผลการประเมินในปี 2025 ยังพบว่า สัดส่วนนักเรียนไทยที่มีสมรรถนะตั้งแต่ระดับพื้นฐานขึ้นไปเพิ่มขึ้นจากปี 2022 ทั้งวิทยาศาสตร์ 12% คณิตศาสตร์ 9% และการอ่าน 6% สะท้อนว่าการพัฒนาคะแนนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในภาพรวม แต่มีนักเรียนจำนวนมากขึ้นที่ก้าวขึ้นสู่ระดับทักษะพื้นฐานที่สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้

        “ผลที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งครู ผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันพัฒนาการศึกษาไทยมาอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการสร้างพัฒนาการครั้งนี้ และจะนำผลที่ได้ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว

        รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า PISA จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการจัดอันดับ แต่เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษา เพราะการประเมินมุ่งวัดความสามารถของนักเรียนในการนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริง รัฐบาลจึงเตรียมนำข้อมูล PISA ไปวิเคราะห์ทั้งในระดับประเทศ พื้นที่ สถานศึกษา และกลุ่มผู้เรียน เพื่อให้การพัฒนาการเรียนรู้ตอบโจทย์เด็กแต่ละกลุ่มได้ตรงจุด

        ขณะเดียวกัน PISA 2025 ยังประเมิน การเรียนรู้ในโลกดิจิทัล โดยประเทศไทยมีคะแนนด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ 476 คะแนน สะท้อนความสำคัญของการพัฒนาทักษะการคิดและแก้ปัญหาในโลกดิจิทัลควบคู่ไปกับทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์

        สำหรับก้าวต่อไป กระทรวงศึกษาธิการเตรียมยกระดับ กรอบการเรียนรู้ด้าน AI (AI Framework) สำหรับทั้งผู้เรียนและผู้สอน โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปีนี้ พร้อมวางรากฐานทักษะ “รู้เท่าทันสื่อและ AI” ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพื่อให้เด็กสามารถแยกแยะข้อมูล ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล และใช้ AI ได้อย่างเหมาะสม มีวิจารณญาณ และมีความรับผิดชอบ โดยจะบูรณาการทักษะเหล่านี้เข้ากับการเรียนรู้ในวิชาต่าง ๆ ไม่จำกัดอยู่เฉพาะวิชาเทคโนโลยี

        ทั้งนี้ PISA 2029 จะเพิ่มการประเมินด้าน Media and AI Literacy ซึ่งให้ความสำคัญกับความสามารถในการแยกแยะข้อมูลจริงและข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณและมีความรับผิดชอบ ทำให้การเตรียมความพร้อมด้านดังกล่าวเป็นทักษะที่ควรเริ่มวางรากฐานตั้งแต่วันนี้

        “คะแนน PISA ที่ดีขึ้นคือกำลังใจสำคัญ แต่ก้าวต่อไปคือการทำให้พัฒนาการนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งต่อไปถึงเด็กไทยทุกคน เป้าหมายของเราจึงไม่ใช่เพียงการขยับอันดับ แต่คือการสร้างเด็กที่ คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น รู้เท่าทันสื่อ และใช้ AI เป็น เพื่อให้พร้อมกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

        สำหรับการประเมิน PISA 2025 ประเทศไทยมีนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 8,547 คน จาก 273 สถานศึกษา ครอบคลุมระบบการศึกษาหลายรูปแบบ

        ด้าน ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ผลการประเมิน PISA 2025 เป็นสัญญาณที่น่ายินดีของประเทศไทย เพราะคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนไทยเพิ่มขึ้นทั้ง 3 ด้าน เมื่อเทียบกับ PISA 2022 สะท้อนถึงพัฒนาการเชิงบวกของคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนไทย ซึ่งจากผลการประเมินดังกล่าวนี้เอง พบว่า นักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในทุกด้านเมื่อเทียบกับรอบการประเมินปี 2565 โดยด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

        โดยคะแนนเฉลี่ยด้านวิทยาศาสตร์ เพิ่มขึ้น +13 คะแนน จาก 407 เป็น 420 คะแนน ส่วนคะแนนเฉลี่ยด้านคณิตศาสตร์ เพิ่มขึ้น +13 คะแนน จาก 384 เป็น 397 คะแนน ขณะที่คะแนนเฉลี่ยด้านการอ่าน เพิ่มขึ้น +8 คะแนน จาก 375 เป็น 383 คะแนน และด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ ซึ่งมีการประเมินครั้งแรก ได้คะแนนเฉลี่ย 458 คะแนน

ทั้งนี้ ผลการประเมิน PISA 2025 กับ PISA 2022 พบว่า เพิ่มขึ้นทุกด้าน โดยวิทยาศาสตร์ จาก 48% เป็น 55% คณิตศาสตร์ จาก 26% เป็น 35% และการอ่าน จาก 33% เป็น 35% ส่วนการแก้ปัญหาเชิงคำนวณที่มีการประเมินครั้งแรกได้ 48% ผลการประเมินของกรุงเทพมหานครสอดคล้องกับแนวโน้มระดับประเทศ โดยประเทศไทยเป็น 1 ใน 8 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจทั่วโลก จาก 91 ประเทศที่เข้าร่วม ที่มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้ง 3 ด้านหลักเมื่อเทียบกับ PISA 2022 (ร่วมกับจอร์เจีย กัมพูชา จอร์แดน มอนเตเนโกร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตุรกี และฟิลิปปินส์)

“ตัวเลขที่พัฒนานี้ ทำให้เราเห็นว่านักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะด้านคณิตศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นถึง 9 จุด ซึ่งสะท้อนผลของการลงทุนพัฒนาครูและปรับวิธีการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบโดยเน้นการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนาทักษะ และ สมรรถนะ กรุงเทพมหานครจะนำผลการประเมิน PISA 2025 มาใช้กำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาในระยะต่อไป โดยเฉพาะการวิเคราะห์ผลรายกลุ่มโรงเรียนเพื่อออกแบบการสนับสนุนที่ตรงจุดในแต่ละพื้นที่ การขยายแนวปฏิบัติที่ได้ผลจากโรงเรียนที่มีพัฒนาการสูงไปสู่โรงเรียนอื่น” ดร.นรรธพร กล่าว

ดร.นรรธพร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครจะนำผลการประเมิน PISA มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาการจัดการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับการวางรากฐานการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับเด็กเล็ก เพื่อให้การพัฒนาผู้เรียนมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นในอนาคต พร้อมพัฒนาหลักสูตรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยี

กรุงเทพมหานครมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ควบคู่กับการคิดวิเคราะห์และการคิดอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับนโยบาย 100 วันของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาและสมรรถนะของผู้เรียนทั้ง 7 ด้าน ซึ่งสอดรับกับแนวทางของ PISA

        ที่มา : กรุงเทพมหานคร , รัฐบาลไทย

        

Theme images by fpm. Powered by Blogger.