Header Ads

รัฐบาลเดินหน้าตรึงดีเซล ลดราคา ณ โรงกลั่น 4 บาท/ลิตร ชี้หากไม่ช่วยราคาพุ่งแตะ 44.97 บาท


รัฐบาลเดินหน้าบริหารราคาดีเซลต่อเนื่อง ลดราคา ณ โรงกลั่น 4 บาท/ลิตร ตั้งแต่ 16 ก.ย.-31 ต.ค. ช่วยลดแรงกดดันราคาหน้าปั๊ม เผยโครงสร้างราคาวันที่ 18 ก.ย. ดีเซลอยู่ที่ 40.69 บาท/ลิตร ขณะที่หากไม่มีส่วนลดโรงกลั่น ราคามีแรงกดดันเพิ่มราว 4.28 บาท และหากไม่มีทั้งส่วนลดและเงินชดเชยกองทุนน้ำมัน อาจเพิ่มขึ้นราว 13.50 บาท

วันนี้ (21 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบริหารราคาน้ำมันดีเซลอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 เพื่อไม่ให้ความผันผวนของตลาดพลังงานโลกส่งผ่านมายังค่าครองชีพและต้นทุนภาคธุรกิจในทันที โดยกระทรวงพลังงานติดตามราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันสำเร็จรูป และค่าการกลั่นอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้ทั้งการปรับลดราคา ณ โรงกลั่นและการบริหารเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อช่วยพยุงราคาขายปลีก

ล่าสุด คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมาตรการปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B0, B7 และ B20 4 บาทต่อลิตร ระหว่างวันที่ 16 กันยายน–31 ตุลาคม 2569 เพื่อรับมือความผันผวนของราคาน้ำมันและลดแรงกดดันต่อต้นทุนในโครงสร้างราคา ไม่ให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการปรับสูงขึ้นมากกว่าระดับปัจจุบัน

มาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากมาตรการก่อนหน้า โดยช่วงวันที่ 24 เมษายน–9 พฤษภาคม 2569 กบง.ลดราคา ณ โรงกลั่นดีเซล 5 บาทต่อลิตร ก่อนปรับเป็น 3 บาทต่อลิตรในช่วง 10–19 พฤษภาคม จากนั้นระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม–15 สิงหาคม ลดราคา ณ โรงกลั่นอีก 2.40 บาทต่อลิตร ก่อนเพิ่มส่วนลดเป็น 4 บาทต่อลิตรในมาตรการปัจจุบัน

ข้อมูลโครงสร้างราคาขายปลีกของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 ระบุว่า ดีเซลหมุนเร็วธรรมดามีส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น 4 บาทต่อลิตร และได้รับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 8.62 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น

หากคำนวณจากโครงสร้างราคาดังกล่าวโดยสมมติให้องค์ประกอบอื่นคงเดิม หากไม่มีส่วนลด ณ โรงกลั่น 4 บาทต่อลิตร ราคาจะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นประมาณ 4.28 บาทต่อลิตร เมื่อรวมผลของภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือจาก 40.69 บาท เป็นประมาณ 44.97 บาทต่อลิตร ขณะที่หากไม่มีทั้งส่วนลด ณ โรงกลั่นและเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมัน ราคาจะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นรวมประมาณ 13.50 บาทต่อลิตร หรือประมาณ 54.19 บาทต่อลิตร

อย่างไรก็ตาม สนพ.ระบุว่า ตัวเลข 44.97 บาท และ 54.19 บาทต่อลิตร เป็นเพียงการคำนวณเชิงสมมติจากโครงสร้างราคา ณ วันที่ 18 กันยายน เพื่อแสดงขนาดของมาตรการ ไม่ใช่ราคาประกาศหรือการคาดการณ์ว่าราคาดีเซลจะปรับขึ้นไปถึงระดับดังกล่าวจริง

นางสาวลลิดากล่าวว่า การบริหารราคาดีเซลมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาแรงกระแทกจากต้นทุนพลังงาน เนื่องจากราคาดีเซลเชื่อมโยงกับต้นทุนขนส่ง ภาคเกษตร การผลิต ราคาสินค้า และค่าครองชีพในวงกว้าง

สำหรับราคาดีเซลในภูมิภาค ข้อมูล “ราคาน้ำมันเฉลี่ยในอาเซียน” ของ สนพ. ณ วันที่ 18 กันยายน ระบุว่า ไทยอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร เทียบกับมาเลเซีย 42.96 บาท และอินโดนีเซีย 44.73 บาท ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 40.75 บาทต่อลิตร โดยข้อมูลชุดเดียวกันระบุอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาดีเซลไทยที่ 35.9% เทียบกับมาเลเซีย 80.0% และอินโดนีเซีย 77.4%

ทั้งนี้ การเปรียบเทียบราคาน้ำมันระหว่างประเทศต้องพิจารณาความแตกต่างของโครงสร้างภาษี คุณภาพเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยน ระบบอุดหนุน และกลุ่มผู้มีสิทธิ โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นการเปรียบเทียบ ราคาตลาดทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าดีเซลไทยต่ำกว่าราคาน้ำมันที่ได้รับการอุดหนุนหรือราคาพิเศษทุกประเภทของประเทศอื่น

นางสาวลลิดาย้ำว่า รัฐบาลและกระทรวงพลังงานติดตามทั้งราคาตลาดโลก ค่าการกลั่น และฐานะกองทุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และสร้างสมดุลระหว่างการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนกับการรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงานในระยะยาว

ที่มา : รัฐบาลไทย

Theme images by fpm. Powered by Blogger.