กรมส่งเสริมการเกษตร ผนึกกำลัง สถาบันอาหาร เปิดตัว “โครงการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า” ยกระดับ 100 ผลิตภัณฑ์เกษตรต้นแบบ มุ่งขับเคลื่อนเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงสู่ตลาดเชิงพาณิชย์
กรุงเทพฯ, 15 กันยายน 2569 – กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ สถาบันอาหาร จัดงานเปิดตัวโครงการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อยกระดับศักยภาพเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรไทยสู่ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรที่มีศักยภาพ ที่สามารถสร้างมูลค่าจากผลผลิตทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูงที่มีเอกลักษณ์ มีคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570) ที่มุ่งส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง
โครงการดังกล่าวเน้นกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทั้ง วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ Smart Farmer (SF) และ Young Smart Farmer (YSF) รวม 100 กิจการ เพื่อพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปต้นแบบจำนวน 100 ผลิตภัณฑ์ โดยเน้นการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรด้านพืช สมุนไพร และแมลงเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถบรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาด ช่วยยกระดับราคาผลผลิต และลดต้นทุนในการดูแลรักษา อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบ ทรัพยากรท้องถิ่น ภูมิปัญญาและเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม และยังสามารถรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของวัตถุดิบ
![]() |
| นายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼ |
ภายใต้โครงการดังกล่าว กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดให้มีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเข้าไปประเมินศักยภาพและสุขภาพธุรกิจ (Business Health Check) ของผู้ประกอบการแต่ละกิจการ พร้อมจัดทำแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบเฉพาะรายกิจการ เพื่อยกระดับศักยภาพการดำเนินธุรกิจและเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตทางการเกษตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และนำไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์
![]() |
| นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼ |
“สถาบันอาหารจึงมุ่งทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านอาหารแบบครบวงจร หรือ End-to-End Solutions เชื่อมงานวิจัยและนวัตกรรมเข้ากับการผลิตจริง มาตรฐาน และตลาด เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์กับการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยสิ่งที่เราให้ความสำคัญคือ “ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นต้องสามารถสร้างคุณค่าและความแตกต่างบนพื้นฐานของนวัตกรรม ควบคู่กับความเป็นไปได้ในการผลิต การตอบรับของตลาด และศักยภาพในการเติบโตทางธุรกิจ หรือกล่าวได้ว่า ต้อง ‘ผลิตได้จริง ขายได้จริง และเติบโตได้จริง’”ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าว
นางสาวไปยดา กล่าวด้วยว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารในอนาคตต้องเป็น Market-Driven Innovation คือใช้ความต้องการของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นโจทย์ตั้งต้น แล้วนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาสร้างคำตอบ วิธีคิดเช่นนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการลดความเสี่ยงจากการพัฒนาสินค้าโดยไม่มีตลาดรองรับ และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง มีอัตลักษณ์ และมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ย้ำว่า ประเทศไทยมีความได้เปรียบจากความหลากหลายของวัตถุดิบเกษตร ภูมิปัญญาอาหาร และอัตลักษณ์ด้านรสชาติ หากสามารถผสานจุดแข็งเหล่านี้เข้ากับ นวัตกรรม ความยั่งยืน มาตรฐาน และความเข้าใจผู้บริโภค จะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตรไทยไปสู่อาหารมูลค่าสูง และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทยในระยะยาว
รายละเอียดขอบเขตการดำเนินงาน 6 กิจกรรมหลัก
โครงการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า มีกรอบแนวคิดการดำเนินงานที่ครอบคลุมครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่าน 6 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่:
1. การประชุมชี้แจงและเตรียมความพร้อมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ
จัดประชุมชี้แจงแนวทางและขั้นตอนการดำเนินงานโครงการ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันแก่เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการจัดการสินค้าเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งด้านการพัฒนาอัตลักษณ์สินค้าและบรรจุภัณฑ์ (Brand Identity & Packaging) และการจัดทำแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้วยโมเดลธุรกิจ Business Model Canvas (BMC) เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับศักยภาพของกิจการและความต้องการของตลาด
2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ต้นแบบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ต้นแบบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
ดำเนินการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปต้นแบบ จำนวน 100 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมการพัฒนาสูตรและกระบวนการผลิต การทดสอบคุณภาพ ความปลอดภัย และคุณค่าทางโภชนาการตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการพัฒนาอัตลักษณ์ตราสินค้า (Brand Identity) และออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองต่อความต้องการของตลาด เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ มีมูลค่าเพิ่ม และมีความพร้อมสำหรับการทดสอบตลาดจริง
3. การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์
3. การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์
จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบทั้ง 100 ผลิตภัณฑ์ ผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งโปสเตอร์ สื่อสิ่งพิมพ์ และ E-Book โดยนำเสนอข้อมูล จุดเด่น และเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างการรับรู้ เพิ่มความน่าสนใจ และสนับสนุนการสื่อสารผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มผู้บริโภคและตลาดเป้าหมาย
![]() |
| นางวชิรา ไฝเจริญมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการ ⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼ |
4. การถ่ายทอดเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตสู่การปฏิบัติจริง
ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้และกระบวนการผลิต ณ สถานประกอบการของเกษตรกรทั้ง 100 กิจการ ผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยประยุกต์ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในพื้นที่ รวมถึงให้คำแนะนำด้านการเตรียมความพร้อมเพื่อขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการผลิตได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
5. การทดสอบตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจ
5. การทดสอบตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจ
นำผลิตภัณฑ์ต้นแบบทั้ง 100 ผลิตภัณฑ์เข้าสู่การทดสอบตลาดจริง (Real Market Test) และจัดแสดงในกิจกรรม Product Showcase เพื่อประเมินการตอบรับและความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งคัดเลือกกิจการที่มีศักยภาพและความพร้อมเข้าสู่กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับผู้ซื้อและช่องทางการตลาด อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก– ค้าส่ง และ Modern Trade เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่ตลาดเชิงพาณิชย์
6. การติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ
6. การติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ
ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อสะท้อนผลสำเร็จของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ รวมทั้งรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะสำหรับใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของเกษตรกรและผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
“กรมส่งเสริมการเกษตรยึดมั่นในการเปลี่ยนเกษตรกรไทยสู่ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรแปรรูปมืออาชีพ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างโอกาสให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนสามารถต่อยอดผลผลิตสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูง สร้างรายได้ที่มั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งในระยะยาว”
“กรมส่งเสริมการเกษตรยึดมั่นในการเปลี่ยนเกษตรกรไทยสู่ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรแปรรูปมืออาชีพ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างโอกาสให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนสามารถต่อยอดผลผลิตสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูง สร้างรายได้ที่มั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งในระยะยาว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายในงานยังมีการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อ “พัฒนาอัตลักษณ์สินค้าและบรรจุภัณฑ์ (Brand Identity & Packaging)” และหัวข้อ “การจัดทำแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้วยโมเดลธุรกิจ Business Model Canvas (BMC)” เพื่อให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย










