Header Ads

ธปท.ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 69 โต 2.3% รับแรงส่ง AI-ส่งออก-มาตรการรัฐ ชี้ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง SMEs ยังน่าห่วง


ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็นขยายตัว 2.3% จากเดิมที่ประเมินไว้ 1.8% หลังเศรษฐกิจได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี วัฏจักรการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การขยายฐานการผลิตของภาคเอกชน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ และการฟื้นตัวยังคงกระจุกตัวในบางภาคธุรกิจ ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและครัวเรือนกลุ่มเปราะบางยังเผชิญแรงกดดันด้านรายได้และสภาพคล่อง

ในการนำเสนอข้อมูล Monetary Policy Forum 2/2026 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ธปท.ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดีกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ มาจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่จำกัดกว่าคาด การขยายตัวของวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI รวมถึงมาตรการภาครัฐที่ช่วยพยุงกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลของมาตรการภาครัฐ เศรษฐกิจปี 2569 จะขยายตัวเพียง 1.8% สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนจากภาคเอกชนเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ

ธปท.คาดว่า การส่งออกสินค้าจะยังเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้าน AI และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลก ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้าในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัว 14% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะเติบโต 6% จากการขยายฐานการผลิตและการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ธปท.ชี้ว่า ผลประโยชน์จากการเติบโตของภาคเทคโนโลยียังไม่กระจายทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีเพียง 1% ของผู้ประกอบการทั้งหมด มีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกถึง 85% อีกทั้งยังพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนในระดับสูง ทำให้ผลบวกต่อเศรษฐกิจในประเทศน้อยกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กยังเผชิญข้อจำกัดในการปรับตัวและเข้าถึงแหล่งเงินทุน

สำหรับการบริโภคภาคเอกชน ธปท.ประเมินว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะช่วยหนุนการใช้จ่ายในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะไตรมาส 3 แต่ผลของมาตรการจะทยอยลดลงในช่วงปลายปี ขณะที่กำลังซื้อยังถูกกดดันจากรายได้ที่ชะลอตัว โดยเฉพาะรายได้ภาคเกษตร ส่งผลให้การบริโภคในปี 2570 มีแนวโน้มชะลอลง

ในด้านเสถียรภาพราคา ธปท.คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 จะอยู่ที่ 2.8% ก่อนชะลอลงเหลือ 1.4% ในปี 2570 โดยยืนยันว่าการเร่งตัวของเงินเฟ้อในระยะนี้มีสาเหตุหลักจากราคาพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบ ไม่ได้เกิดจากอุปสงค์ภายในประเทศ และยังไม่พบสัญญาณการปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นวงกว้างหรือการหลุดกรอบของเงินเฟ้อคาดการณ์ จึงยังสามารถดำเนินนโยบายการเงินในลักษณะผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้

ด้านภาวะการเงิน ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐแต่ยังเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพ ขณะที่สินเชื่อโดยรวมยังขยายตัวในระดับต่ำ โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอียังคงหดตัวต่อเนื่องจากความระมัดระวังของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ ธปท.ยังคงติดตามคุณภาพสินเชื่อของผู้ประกอบการรายย่อยและครัวเรือนกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด

ธปท.ประเมินว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะได้รับแรงหนุนจากการส่งออกและการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การกระจายการเติบโตให้ครอบคลุมภาคธุรกิจและประชาชนในวงกว้าง พร้อมย้ำว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไปจำเป็นต้องอาศัยการประสานกันของนโยบายการเงิน นโยบายการคลัง และมาตรการเฉพาะจุดในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการเร่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

        อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก >> ธนาคารแห่งประเทศไทย
          ชมวีดีโอแถลงคลิก >> ธนาคารแห่งประเทศไทย - Bank of Thailand
Theme images by fpm. Powered by Blogger.