Header Ads

“บริโภค-ลงทุนหนุน” เศรษฐกิจภูมิภาคเดือนมิ.ย.สดใส แต่ต้องจับตา “ค่าเงินบาท-ราคาน้ำมัน-ภูมิรัฐศาสตร์”


สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เผยภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคเดือนมิถุนายน 2569 ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นในหลายภูมิภาค ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นทุกภูมิภาค สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจ กทม.และปริมณฑลในเดือนมิถุนายนได้รับแรงหนุนจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน โดยการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ รถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ขยายตัว 6.2% 21.1% และ 9.2% ตามลำดับ ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มเป็น 50.0 จาก 48.8 ในเดือนก่อน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเป็น 96.4 จาก 93.1 และจำนวนผู้เยี่ยมเยือนขยายตัว 2.2% ต่อปี

ตะวันออก-อีสานบริโภคโตเด่น

ภาคตะวันออกยังมีการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวดี โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ รถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ เพิ่มขึ้น 35.5% 19.6% และ 20.1% ตามลำดับ แม้รายได้เกษตรกรลดลง 2.8% ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มเป็น 53.3 จาก 52.1 ส่วนเงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการขยายตัว 28.1% โดยมีการลงทุนโรงงานผลิตอิฐมวลเบาใน จ.ชลบุรีเป็นสำคัญ ขณะที่ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเป็น 93.1 จาก 90.0

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การบริโภคยังขยายตัว โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม รถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ เพิ่มขึ้น 13.2% 6.9% และ 12.0% ตามลำดับ ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มเป็น 53.8 จาก 52.6 ส่วนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่เพิ่ม 21.9% และเงินทุนโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการขยายตัว 41.1% โดยมีการลงทุนโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพใน จ.ร้อยเอ็ดเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ภาคบริการยังชะลอตัว โดยจำนวนผู้เยี่ยมเยือนและรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนลดลง 2.9% และ 3.0% ตามลำดับ

ภาคใต้เป็นอีกภูมิภาคที่การบริโภคขยายตัวแข็งแกร่ง ภาษีมูลค่าเพิ่ม รถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และรายได้เกษตรกร เพิ่มขึ้น 10.0% 21.9% 20.6% และ 6.2% ตามลำดับ ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มเป็น 46.9 จาก 45.6 และความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเป็น 79.7 จาก 76.5 อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เยี่ยมเยือนและรายได้จากนักท่องเที่ยวลดลง 1.1% และ 4.3% ตามลำดับ

เหนือได้ท่องเที่ยว-ลงทุนโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์หนุน

ภาคเหนือมีแรงส่งจากการบริโภค เงินทุนโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการ และการท่องเที่ยว โดยรถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่เพิ่ม 17.1% และ 15.4% ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มเป็น 51.7 จาก 50.5 และเงินทุนโรงงานเพิ่มขึ้นถึง 125.5% จากการลงทุนโรงงานผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 50,024 กิโลวัตต์ใน จ.ลำปาง ด้านความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเป็น 90.2 และจำนวนผู้เยี่ยมเยือนกับรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนเพิ่ม 1.3% และ 1.2% ตามลำดับ

ภาคกลางมีปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยว โดยจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่เพิ่ม 19.3% และรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่เพิ่มสูงถึง 182.4% ขณะที่ผู้เยี่ยมเยือนและรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนเพิ่ม 1.4% และ 1.9% ส่วนภาคตะวันตก การบริโภคยังขยายตัว โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม รถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่เพิ่ม 8.5% 22.9% และ 10.3% ตามลำดับ ขณะที่จำนวนผู้เยี่ยมเยือนเพิ่ม 0.6% แต่รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนลดลง 0.1%

ส่งออกโตต่อเดือนที่ 24 หนุนเศรษฐกิจไทย

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยเดือนมิถุนายน 2569 สศค.ระบุว่าได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 สอดคล้องกับการบริโภคสินค้าคงทนที่ขยายตัว ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศยังเติบโต แต่ในอัตราที่ชะลอลง โดยยังต้องติดตามค่าเงินบาท ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจกระทบห่วงโซ่การผลิตและเศรษฐกิจไทย

การบริโภคภาคเอกชนส่งสัญญาณขยายตัวต่อเนื่อง รถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้น 18.7% และ 13.6% ตามลำดับ ขณะที่รายได้เกษตรกรที่แท้จริงเพิ่ม 5.9% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มเป็น 50.7 จาก 49.5 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นที่เริ่มฟื้น แม้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจยังมีความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ

ด้านการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรมีสัญญาณดีขึ้น โดยการนำเข้าสินค้าทุนเพิ่ม 37.2% จากปีก่อน และเพิ่ม 8.5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหลังขจัดผลฤดูกาล ขณะที่การลงทุนก่อสร้างมีปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์เพิ่ม 1.6% และภาษีจากธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์เพิ่ม 8.1%

ที่สำคัญ มูลค่าการส่งออกสินค้าในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 34,655.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 20.8% จากปีก่อน และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 หากไม่รวมการส่งออกน้ำมัน สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย การส่งออกขยายตัว 23.1% โดยสินค้าที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ 232.4% เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 186.1% และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 57.4% ขณะที่น้ำตาลทราย อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และยางพารา เพิ่ม 39.3% 22.3% 17.5% และ 12.5% ตามลำดับ

ตลาดส่งออกสำคัญขยายตัวอย่างทั่วถึง โดยสหรัฐฯ อาเซียน 5 ประเทศ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ขยายตัว 44.3% 40.5% 32.7% และ 22.7% ตามลำดับ ขณะที่ตลาดอินเดียและอินโดจีน 4 ประเทศลดลง 8.0% และ 5.6%

อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวมีสัญญาณชะลอลง โดยนักท่องเที่ยวไทย 22.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อน แต่ลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหลังขจัดผลฤดูกาล ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.84 ล้านคน ลดลง 9.8% ส่วนผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง 1.8% จากปีก่อน ตามผลผลิตปาล์มน้ำมันและมันสำปะหลังที่ลดลง ขณะที่ผลผลิตยางพาราเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน

อุตสาหกรรม-เสถียรภาพเศรษฐกิจยังแข็งแรง

ด้านภาคอุตสาหกรรม ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเป็น 88.2 จาก 84.7 ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทยเพิ่มเป็น 53.6 จาก 52.6 และยังอยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนว่าภาคการผลิตยังอยู่ในภาวะขยายตัว โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ เช่น “ไทยช่วยไทยพลัส” และโครงการ Thailand Fast Pass

เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 2.42% เงินเฟ้อพื้นฐาน 1.23% ขณะที่หนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 66.8% ต่อ GDP และทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมิถุนายนอยู่ในระดับสูงที่ 279.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนเสถียรภาพภายนอกที่ยังสามารถรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้

6 เดือนข้างหน้า “ตะวันออก-อีสาน” เด่น EEC ความเชื่อมั่นสูงสุด

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งจัดทำจากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดของสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัด และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พบว่าเศรษฐกิจภูมิภาคในช่วง 6 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แรงหนุนจากภาคบริการในช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และภาคเกษตรที่ได้แรงหนุนจากผลผลิตเพิ่มขึ้นและสภาพอากาศเอื้อต่อการเพาะปลูก

ภาคตะวันออกมีดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ 76.5 ขณะที่ EEC สูงสุดที่ 78.5 โดยมีภาคบริการและอุตสาหกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 72.4 ได้แรงหนุนจากผลผลิตเกษตรที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มดีขึ้น รวมถึงมาตรการส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ

ภาคตะวันตกมีดัชนี 71.6 ภาคเหนือ 70.5 ภาคใต้ 68.7 ภาคกลาง 67.9 และ กทม.กับปริมณฑล 60.6 โดยภาคเหนือได้แรงหนุนจากบริการและอุตสาหกรรม ขณะที่ภาคใต้ได้แรงส่งจากการเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวและมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่วนภาคกลางได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของบริการและการลงทุน

สำหรับ กทม.และปริมณฑล แม้แนวโน้มเศรษฐกิจยังขยายตัว โดยมีอุตสาหกรรมและบริการเป็นแรงขับเคลื่อน แต่ยังต้องจับตากำลังซื้อครัวเรือนที่เปราะบาง หนี้ครัวเรือนในระดับสูง ต้นทุนการผลิตที่ผันผวน ตลอดจนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าโลก และภาวะเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ สศค.ประเมินว่าเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้ายังมีทิศทางขยายตัว แต่จำเป็นต้องติดตามความผันผวนของราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกในเดือนมิถุนายนยังขยายตัวต่อเนื่อง โดย Global Composite PMI อยู่ที่ 52.0 จุด ขณะที่ Global Manufacturing PMI อยู่ที่ 52.2 จุด และ Global Service PMI อยู่ที่ 51.7 จุด อย่างไรก็ตาม ภาคท่องเที่ยวโลกมีทิศทางชะลอลงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่มาตรการตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม

ด้านตลาดการเงินไทย ข้อมูล ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 พบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,891.34 ล้านบาท และตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมซื้อสุทธิ 45,310.65 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดตั้งแต่ต้นปีเป็นซื้อสุทธิ 72,484.34 ล้านบาท ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 5,715 ล้านบาทในวันที่ 23 กรกฎาคม และตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ยังคงซื้อสุทธิ 14,125.33 ล้านบาท สะท้อนความสนใจในพันธบัตรรัฐบาลไทยท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง  https://www.facebook.com/share/p/1XhMEBDgshhttps://www.facebook.com/share/p/18cLhcVQkH, https://www.facebook.com/share/p/1EaEBh9GnV

Theme images by fpm. Powered by Blogger.