เริ่มต้นสมัยที่ 2 “ชัชชาติ” ประกาศเร่งแก้น้ำท่วม-รถติด-ยกระดับบริการประชาชน ย้ำเดินหน้าทำงานต่อทันทีและจะให้เห็นผลใน 4 ปี
วันที่ 9 ก.ค. 69 เวลา 13.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ประกอบด้วย สักการะพระภูมิชัยมงคล และศาลตา-ยาย บริเวณด้านหน้าอาคารสำนักการโยธา และสักการะพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ บริเวณด้านหน้าอาคารไอราวัตพัฒนา เพื่อความเป็นสิริมงคลในการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
จากนั้น เวลา 13.20 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ จำนวน 26 ต้น ในการนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และปลัดกรุงเทพมหานคร ปลูกต้นไทรย้อยใบแหลม ซึ่งเป็นไม้มงคลประจำกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ต้น บริเวณโซนต้นไทร ลานพระอินทร์ทรงช้าง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง)
สำหรับต้นไทรย้อยใบแหลม ได้รับการกำหนดให้เป็นต้นไม้ประจำกรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้น ที่มีความแข็งแรง อายุยืน ให้ร่มเงาดี และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของเมือง อีกทั้งยังมีความหมายเป็นสิริมงคล สื่อถึงความมั่นคง ความร่มเย็น และความเจริญงอกงาม ซึ่งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของกรุงเทพมหานครในฐานะเมืองหลวงของประเทศ
ส่วนคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ปลูกต้นประดู่แดง 6 ต้น ซึ่งจะออกดอกในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. ต้นกัลปพฤกษ์ 6 ต้น ออกดอกในช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย. ต้นตะแบก 6 ต้น ออกดอกในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. ต้นปีบ 6 ต้น ออกดอกในช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย. บริเวณสนามด้านข้างอาคารธานีนพรัตน์ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความร่มรื่น และส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง)
นายชัชชาติ ระบุว่าการทำงานในวาระที่สองอีก 4 ปี จะเน้นก้ปัญหาที่กระทบชีวิตประชาชน ภายใต้แนวคิดการบริหารที่ต่อเนื่อง โปร่งใส และวัดผลได้ เรื่องเร่งด่วนที่จะทำคือแก้ปัญหาน้ำท่วมและการระบายน้ำ การลดปัญหาการจราจรติดขัด การยกระดับคุณภาพทางเท้าและพื้นที่สาธารณะ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ดูแลความสะอาดเมือง พัฒนาระบบบริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงยกระดับคุณภาพการศึกษาและสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
"การบริหารงานในสมัยที่สองจะเน้นการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งข้าราชการ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อเร่งผลักดันโครงการที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าอยู่ ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน โดยจะสานต่อนโยบายที่ประสบความสำเร็จและปรับปรุงในส่วนที่ยังเป็นปัญหาให้เห็นผลอย่างชัดเจนในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า"นายชัชชาติ กล่าวย้ำ
หมายเหตุ : เนื้อหาบางส่วนและภาพประกอบจาก กรุงเทพมหานคร


