เทรนด์โภชนาการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของคนไทย หนุนเครื่องดื่มพร้อมดื่มเติบโตแรง สร้างโอกาสใหม่ในตลาด
เมื่อการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีกลายเป็นวิถีชีวิตประจำวันของผู้บริโภค นวัตกรรมเครื่องดื่มพร้อมดื่ม เปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เติบโตในตลาดอาหารเสริมและโภชนาการที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
กรุงเทพฯ ประเทศไทย 17 มิถุนายน 2569 — อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากเทรนด์ที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และมองหาทางเลือกด้านโภชนาการที่ทั้งสะดวกและสอดรับกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เต็ดตรา แพ้ค เผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอาหารเสริมและโภชนาการ (Food Supplement and Nutrition: FSN) พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านนวัตกรรมเครื่องดื่มพร้อมดื่ม
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของตลาดนี้มาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น ควบคู่กับความต้องการความสะดวกในการบริโภค ผลสำรวจ Voice of the Consumer Survey 2025 โดย PwC พบว่า ผู้บริโภคไทยหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวัน โดย 40% [1] ระบุว่ารับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมเป็นประจำเพื่อดูแลสุขภาพ ในขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 30% และผลการศึกษาของเต็ดตรา แพ้ค ยังพบว่า 59% ของผู้บริโภคทั่วโลกที่ใส่ใจสุขภาพนิยมผลิตภัณฑ์โภชนาการในรูปแบบเครื่องดื่มพร้อมดื่ม เนื่องจากสะดวกต่อการบริโภคระหว่างวันและเหมาะกับชีวิตที่เร่งรีบในยุคนี้ [2]
เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนถึงโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มหรือผู้ประกอบการรายเดิมในประเทศไทยที่ต้องขยายธุรกิจในกลุ่มเครื่องดื่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (FSN) ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มธัญพืช เครื่องดื่มเสริมวิตามินสำหรับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน หรือผลิตภัณฑ์โภชนาการเฉพาะทางที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย ขณะเดียวกัน เมื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น ความต้องการของผู้บริโภคก็มีแนวโน้มขยับไปสู่ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบพร้อมดื่มที่ทั้งสะดวกและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่มากขึ้นด้วย
คุณสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับแบรนด์และผู้ผลิต นี่ถือเป็นโอกาสอันดีในการเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยอาศัยความสามารถและกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตนมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มธัญพืช น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มไม่อัดลม ซึ่งต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้ เช่น นมโปรตีนสูง เครื่องดื่มเสริมวิตามินเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร และผลิตภัณฑ์โภชนาการเพื่อไลฟ์สไตล์ในรูปแบบอื่น ๆ แนวทางนี้ช่วยให้ผู้ผลิตมองเห็นช่องทางขยายการเติบโตในตลาดได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่คุ้นเคย ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตที่มีอยู่เดิม และรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการบริโภคแบบพร้อมดื่ม”
สำหรับผู้ผลิตในประเทศไทย นับเป็นแนวทางที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์โภชนาการในรูปแบบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ พร้อมทั้งคงไว้ซึ่งคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการ อย่างไรก็ตาม เพื่อคว้าโอกาสนี้ ผู้ผลิตจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กับคุณภาพที่สม่ำเสมอในการผลิตสินค้าจำนวนมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มักมีส่วนประกอบที่มีความไวต่อสภาพแวดล้อม เช่น วิตามินและโปรตีน การปกป้องสารอาหารเหล่านี้จากความร้อน แสง และออกซิเจนตลอดกระบวนการผลิตและการจัดจำหน่าย จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการคงไว้ซึ่งคุณภาพผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพทางโภชนาการ
เทคโนโลยีการผลิตระบบ UHT (Ultra-High Temperature) และการบรรจุแบบปลอดเชื้อของเต็ดตรา แพ้ค จะช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุกันเสีย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์สามารถเก็บรักษาได้ที่อุณหภูมิห้อง พร้อมคงรสชาติ เนื้อสัมผัส และประสิทธิภาพของวัตถุดิบ อีกทั้งยังรองรับการกระจายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงตลาดได้กว้างยิ่งขึ้น
นอกจากประโยชน์ด้านการรักษาคุณค่าผลิตภัณฑ์แล้ว การออกแบบบรรจุภัณฑ์ยังมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของผลิตภัณฑ์โภชนาการเพื่อไลฟ์สไตล์ กล่องรุ่น Tetra Prisma® Aseptic ของเต็ดตรา แพ้ค ออกแบบมาได้อย่างเหมาะเจาะสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ สะดุดตาด้วยรูปทรงแปดเหลี่ยมที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจบนชั้นวางสินค้าและสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ รูปแบบที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ยังรวมถึงฝา DreamCap™ 26 มอบประสบการณ์การดื่มที่สะดวก ไม่หกเลอะ พกพาไปได้ทุกที่ตามที่ผู้บริโภคคาดหวัง
ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบครบวงจรของเต็ดตรา แพ้ค ที่ผสานข้อมูลเชิงลึกของตลาด ความเชี่ยวชาญด้านส่วนผสม เทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เข้าด้วยกัน โดยสนับสนุนผู้ผลิตตั้งแต่การค้นหาไอเดียจนถึงการนำสินค้าออกสู่ตลาด ผ่านศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า (Customer Innovation Centre – CIC) และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre – PDC) เพื่อให้ผู้ผลิตไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและโภชนาการที่มีความแตกต่างและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันในหมวดหมู่ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและโภชนาการของเต็ดตรา แพ้ค ได้ ที่นี่
เกี่ยวกับ เต็ดตรา แพ้ค
เรามุ่งมั่นในการทำให้อาหารปลอดภัยและเข้าถึงได้ ด้วยการนำเสนอระบบการผลิตอาหารที่ล้ำสมัย โดยอาศัยความร่วมมือกับลูกค้าและซัพพลายเออร์ พร้อมกับพนักงานผู้ทุ่มเทของเรากว่า 24,000 คนทั่วโลก ในการปกป้องอาหารอย่างยั่งยืนในทุกวัน เพื่อผู้คนหลายร้อยล้านคนในกว่า 160 ประเทศ เพราะนี่คือเป้าหมายที่เรายึดมั่น
เรามุ่งมั่นที่จะผลิตอาหารที่ปลอดภัยและซื้อหาได้ในทุกที่ และยืนยันที่จะปกป้องทุกคุณค่า ด้วยการปกป้องอาหาร ผู้คน และโลกของเรา
ข้อมูลเกี่ยวกับ เต็ดตรา แพ้ค กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.tetrapak.com/en-th
หมายเหตุ :
[1] ผลสำรวจ Voice of the Consumer Survey 2025 โดย PwC https://www.pwc.com/th/en/research-and-insights/voice-of-the-consumer-survey-2025-en.html
[2] ผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคระดับโลก FSN ของ Tetra Pak จัดทำโดย Ipsos ในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยสำรวจผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพจำนวน 25,547 คน ตั้งแต่ผู้ปกครองของเด็ก ผู้ใหญ่ (อายุ 16-65 ปี) และผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ใน 17 ประเทศ


