พาณิชย์เผยเงินเฟ้อไทย เม.ย. 69 อยู่ที่ 2.89% ต่ำกว่าหลายประเทศอาเซียน รั้งอันดับ 49 จาก 136 เขตเศรษฐกิจโลก
กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยสถานการณ์เงินเฟ้อเดือนเมษายน 2569 ของไทยอยู่ที่ร้อยละ 2.89 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าหลายประเทศทั้งในอาเซียนและเศรษฐกิจสำคัญของโลก พร้อมจัดอยู่ในอันดับที่ 49 จาก 136 เขตเศรษฐกิจที่มีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลก
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยยังต่ำกว่าสหรัฐอเมริกาที่อยู่ระดับ 3.8% สหราชอาณาจักร 2.8% อินเดีย 3.48% เวียดนาม 5.46% และออสเตรเลีย 4.2% ขณะที่ประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าไทย ได้แก่ จีน 1.2% ญี่ปุ่น 1.4% และสิงคโปร์ 1.8%
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อไทยปรับตัวสูงขึ้น มาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และการปิดซ่อมแหล่งก๊าซธรรมชาติในเมียนมา ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน รวมถึงราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับสูงขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบและสภาพอากาศร้อนจัด
ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี ณ วันที่ 29 เมษายน 2569 ขณะที่ภาครัฐมีมาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพผ่านการตรึงราคาพลังงาน การควบคุมราคาสินค้า และโครงการช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน พบว่า เวียดนามมีอัตราเงินเฟ้อสูงสุดที่ 5.46% ตามด้วยอินโดนีเซีย 2.42% มาเลเซีย 1.9% และสิงคโปร์ 1.8% ส่วนจีนและญี่ปุ่นยังคงมีระดับเงินเฟ้อต่ำจากมาตรการควบคุมเศรษฐกิจและอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ทั้งนี้ สนค. ประเมินว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงต่อไปยังต้องติดตามความผันผวนของราคาพลังงานโลก ภาวะอากาศ และสถานการณ์เศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนในระยะถัดไป



