Header Ads

หนี้สาธารณะไทยแตะ 66.66% ต่อ GDP ว่างงานพุ่งเฉียด 4 แสนคน คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1%


ตลาดตราสารหนี้ไทยเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก หลังเงินเฟ้อสหรัฐเร่งตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี จากผลกระทบราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่เศรษฐกิจไทยเริ่มส่งสัญญาณเปราะบางมากขึ้น ทั้งการว่างงานที่เพิ่มขึ้นและค่าจ้างแรงงานที่ลดลง

รายงาน THAI BOND MARKET WEEKLY REPORT ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ระบุว่า ดัชนี PCE เงินเฟ้อสหรัฐเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี สูงสุดในรอบ 3 ปี จากแรงหนุนของราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามสงครามอิหร่านและสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเพิ่มความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ขณะที่ Core PCE ยังอยู่ในระดับสูงที่ 3.3% สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย

แรงกดดันดังกล่าวส่งผลต่อทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย โดยบอนด์ยีลด์ระยะยาวปรับตัวขึ้นจากต้นปีอย่างชัดเจน ล่าสุดพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2.27% จากต้นปีที่ 1.69% ขณะที่พันธบัตรอายุ 20 ปี อยู่ที่ 3.11% และอายุ 50 ปี อยู่ที่ 3.50% สะท้อนภาวะตลาดที่เริ่มกลับมาระมัดระวังความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและดอกเบี้ยโลก

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยยังเผชิญสัญญาณชะลอตัวจากภาคแรงงาน โดยข้อมูลจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า อัตราว่างงานไตรมาสแรกปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 0.91% หรือมีผู้ว่างงานเฉลี่ยเกือบ 4 แสนคน สอดคล้องกับจำนวนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่ลดลงครั้งแรกในรอบ 20 ไตรมาส ส่งผลให้อัตราว่างงานในระบบแตะ 2% สูงสุดในรอบ 3 ไตรมาส

นอกจากนี้ ค่าจ้างเฉลี่ยแรงงานไทยยังลดลง 0.6% โดยเฉพาะแรงงานอิสระที่ค่าจ้างลดลงถึง 2.5% ขณะที่ผู้ว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้น 27% สะท้อนปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะแรงงานกับความต้องการของตลาด รวมถึงภาวะหมดกำลังใจในการหางาน

ด้านเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของไทยยังส่งสัญญาณฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอ หลังดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนพฤษภาคมลดลงมาอยู่ที่ 50.0 จาก 50.3 ในเดือนก่อนหน้า แม้ภาคบริการจะกลับมาขยายตัวเล็กน้อยที่ 50.1 แต่ยังสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่เปราะบาง

อย่างไรก็ตาม ตลาดตราสารหนี้ไทยยังมีเสถียรภาพในระดับหนึ่ง โดยมูลค่าตลาดตราสารหนี้รวมอยู่ที่ประมาณ 18.29 ล้านล้านบาท คิดเป็น 104% ของ GDP ขณะที่หนี้สาธารณะคงค้างอยู่ที่ 12.79 ล้านล้านบาท หรือ 66.66% ต่อ GDP

สำหรับนักลงทุนต่างชาติ ยังคงถือครองพันธบัตรไทยรวมกว่า 967,564 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.289% ของมูลค่าตลาดตราสารหนี้ไทย โดยส่วนใหญ่เป็นการถือครองพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย สะท้อนว่าตลาดตราสารหนี้ไทยยังได้รับความเชื่อมั่นจากต่างชาติ แม้อยู่ท่ามกลางภาวะผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ ตลาดยังจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 24 มิถุนายนนี้อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อโลก ราคาพลังงาน และแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐที่อาจทรงตัวสูงนานกว่าคาด

ที่มา: สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ : Public Debt Management Office

Theme images by fpm. Powered by Blogger.