Header Ads

ฟื้นความร่วมมือรัฐ-เอกชน “อนุทิน” รับฟัง ส.อ.ท. เร่งแก้ทุน พลังงาน แรงงาน โลจิสติกส์


วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมทีมรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและกฎหมาย กับคณะผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วาระปี 2569-2571 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เปิดรับฟังข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน ทั้งปัญหาต้นทุนการผลิต การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SMEs การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ พลังงานสะอาด การปรับกฎหมายให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงปัญหาด้านแรงงาน โดยย้ำว่ารัฐบาลต้องปรับบทบาทจาก “ผู้ควบคุม” มาเป็น “ผู้สนับสนุน” และอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ

นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับการฟื้นกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) โดยเชิญ 3 องค์กรเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ร่วมเป็นเวทีสะท้อนปัญหาและผลักดันนโยบายเศรษฐกิจร่วมกัน เหมือนในอดีตที่ความร่วมมือรัฐ–เอกชนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือ SMEs ที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง หนี้เสีย (NPL) และบางส่วนหลุดไปสู่หนี้นอกระบบ โดยเตรียมหามาตรการปลดล็อกให้ผู้ประกอบการกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพการผลิตและผลักดันนโยบาย Made in Thailand (MiT) เพื่อสร้างคำสั่งซื้อสินค้าไทย เพิ่มรายได้และโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบธนาคาร

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน นายกรัฐมนตรีเน้นเร่งแก้ปัญหา “Missing Link” ทั้งด้านคมนาคม โลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงภาคการผลิต เพื่อสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร พร้อมผลักดันให้ไทยกลับมาเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าของภูมิภาคอีกครั้ง

ขณะที่ประเด็นแรงงาน ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐและเอกชนร่วมออกแบบระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชากว่า 200,000 คนที่ยังอยู่นอกระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยกระทรวงแรงงานจะรับข้อเสนอไปดำเนินการต่อ เพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความมั่นคง สวัสดิการแรงงาน และความต่อเนื่องของภาคการผลิต

ในการเข้าพบเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ส.อ.ท. ยังได้นำเสนอแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมไทยภายใต้แนวคิด “The New Chapter of Thai Industry 5I” ประกอบด้วย Intelligent Industry, Innovation & Creative Industry, International Alliance & Network, Industrial Infrastructure Reform และ Inclusive & Sustainable Growth โดยมุ่งส่งเสริมการใช้สินค้า Made in Thailand การเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม แหล่งทุน ตลาดใหม่ การปฏิรูปกฎหมาย การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนและรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน พร้อมย้ำว่าการหารือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรับฟังปัญหา แต่เป็นการวางกลไกทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ภาคเอกชนแข่งขันได้ ประชาชนมีงานทำ และประเทศไทยกลับมามีศักยภาพโดดเด่นในภูมิภาคอีกครั้ง

        ที่มา : รับาลไทย 

Theme images by fpm. Powered by Blogger.