Header Ads

ครอบครัว “ทักษิณ” ชื่นมื่นหลังพักโทษพ้นเรือนจำ - กรมคุมประพฤติเข้มต้องทำตามเงื่อนไข 11 ข้อ


ออีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ออกจากเรือนจำแล้วเมื่อเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังได้รับการพักโทษตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่ยังต้องติดกำไล EM และอยู่แต่ในบ้านพักจันทร์ส่องหล้าเท่านั้นห้ามออกนอกพื้นที่ก่อนได้รับอนุญาตอีกทั้งยังต้องอยู่ภายใต้การคุมประพฤติอย่างเข้มงวดพร้อมกับรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เดือนละ 1 ครั้ง โดยอดีตนายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษอย่างเป็นทางการตามคำพิพากษาในวันที่ 9 กันยายน 2569

ทั้งนี้ก่อนได้รับการพักโทษอดีตนายกรัฐมนตรีถูกคุมขังในเรือนจำรวม 243 วัน หลังจากศาลตัดสินให้นำตัวกลับเข้าเรือนจำเนื่องจากการเข้าพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจก่อนหน้านี้ไม่ถือว่าเป็นการรับโทษ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่หน้าเอนจำคลองเปรมคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้ามีผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งประชาชนและนักการเมืองไปรอให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังจากก้าวเท้าออกจากเรือนจำอดีตนายกรัฐมนตรีโบกมือทักทายกับทุกคนแต่ไม่ได้พูดคุยอะไรมากก่อนที่จะขึ้นรถกลับไปที่พักพร้อมกับครอบครัวที่มารอรับทันที

เมื่อกลับถึงที่พัก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพส์ภาพถ่ายนายกทักษิณกับครอบครัวลง Instagram หรือ IG Paetongtarn Shinawatra (@ingshin21) พร้อมระบุข้อความว่า   “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ วันนี้ คือ เรามีกันและกัน ขอบคุณพ่อที่ไม่เคยทำให้พวกเราลำบากใจเลย แม้ตัวเองจะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากที่สุด พ่อบอกว่า ถ้าพ่อ แย่ ลูก ๆ ยิ่งแย่กันไปใหญ่ ขอบคุณพี่ ๆ เขยสะใภ้ ที่ยืนเคียงข้างกันอย่างหนักแน่น แม้ในรูปนี้ ไม่มีคุณแม่ แต่ลูกขอกราบขอบพระคุณแม่ ที่วันนี้ อายุ 70 กว่าแล้ว ก็ยังยืนเป็นเสาหลักให้ได้พิง เป็นอ้อมกอดอุ่น ๆ ให้ลูก ๆ ได้อยู่รอดอย่างอุ่นใจ สุดท้ายนี้ ขอบคุณเพื่อน ๆ และ พี่น้อง พรรคเพื่อไทย พี่น้องประชาชนที่อยู่เคียงข้างกันในวันที่ยากที่สุดมาเสมอ มันมีความหมายกับพวกเรามากจริง ๆ ค่ะ รักจากใจค่ะ #daddyshome”

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรมคุมประพฤติกำหนดเงื่อนไขพักโทษไว้ 11 ข้อ ประกอบด้วย

        1.การพักอาศัย ต้องพักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามที่อยู่ที่กำหนดไว้ หากต้องการย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนผู้อุปการะ จะต้องยื่นคำร้องและได้รับอนุมัติจากพนักงานคุมประพฤติก่อน

        2.การเคารพกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงาน ไม่ว่าสถานใด ต้องแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง

        3.การประกอบอาชีพ ต้องประกอบอาชีพที่สุจริต หากมีการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ต้องแจ้งให้ทราบทุกครั้ง หรือแจ้งในการรายงานตัวครั้งถัดไปหากมีเหตุจำเป็น

        4.การรายงานตัวและฟื้นฟู ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานคุมประพฤติ เข้าร่วมกิจกรรมแก้ไขฟื้นฟู และต้องมารายงานตัวเดือนละ 1 ครั้ง

        5.การเดินทาง ห้ามเดินทางออกนอกเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่มีกิจธุระสำคัญซึ่งต้องขออนุญาตจากพนักงานคุมประพฤติก่อน

        6.ความประพฤติ ห้ามประพฤติตนในทางที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสีย

        7.สิ่งเสพติดและอาวุธ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับสารระเหย ยาเสพติดให้โทษ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิดโดยเด็ดขาด

        8.การติดต่อบุคคลในเรือนจำ ห้ามเข้าเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขังอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหรือสถานกักกัน

        9.การคบหาสมาคม ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลที่มีพฤติกรรมหรืออาจชักนำไปสู่การกระทำความผิดซ้ำ

        10.เงื่อนไขพิเศษ (ไม่มีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติม)

        11.การพกพาเอกสารสำคัญ ต้องพกและแสดงหนังสือสำคัญพักการลงโทษ ต่อเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ หรือเจ้าพนักงานเรือนจำเมื่อถูกเรียกตรวจ หากสูญหายต้องรีบแจ้งขอรับฉบับใหม่ หากไม่สามารถแสดงได้ อาจถูกควบคุมตัวส่งเรือนจำ


Theme images by fpm. Powered by Blogger.