สงครามตะวันออกกลางกระทบท่องเที่ยว-กำลังซื้อ ฉุดเศรษฐกิจไทย เม.ย. 69 ชะลอตัว แต่ส่งออกเทคโนโลยียังแรง
เศรษฐกิจไทยเดือนเมษายน 2569 ส่งสัญญาณชะลอตัวจากเดือนก่อน โดยได้รับแรงกดดันหลักจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่กระทบทั้งภาคการท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชน และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคส่งออกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีและยานยนต์ที่ยังเติบโตได้ดี
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เปิดเผยโดย คุณชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์และโฆก ธปท.ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและรายรับจากการท่องเที่ยวลดลงต่อเนื่อง หลังสายการบินปรับลดเที่ยวบินและต้นทุนน้ำมันปรับสูงขึ้น โดยเดือนเมษายนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.4 ล้านคน ลดลงจาก 2.8 ล้านคนในเดือนมีนาคม ขณะที่รายรับจากการท่องเที่ยวหดตัว 2.4% จากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการค้าชะลอลงตามไปด้วย
ด้านการบริโภคภาคเอกชนลดลงจากหมวดสินค้าไม่คงทนและภาคบริการเป็นหลัก สะท้อนผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามราคาพลังงาน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงต่อเนื่อง โดยดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (PCI) เดือนเมษายนหดตัว 2.1% จากเดือนก่อนหน้า
ขณะที่ภาคการผลิตอุตสาหกรรมยังทรงตัว แม้หลายภาคธุรกิจเผชิญต้นทุนสูงขึ้น โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนเมษายนหดตัว 0.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบยังอยู่ในวงจำกัด ส่วนภาคบริการลดลงจากธุรกิจการค้า โรงแรม และร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากนักท่องเที่ยวที่ลดลง
อย่างไรก็ดี ภาคการส่งออกยังขยายตัวแข็งแกร่ง โดยมูลค่าส่งออกไม่รวมทองคำเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 23.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากความต้องการสินค้าเทคโนโลยี เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานยนต์ในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ และจีน แม้การส่งออกไปตะวันออกกลางจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยและยังอยู่ในระดับต่ำ
ในด้านการนำเข้า มูลค่านำเข้าไม่รวมทองคำเพิ่มขึ้น 49% จากปีก่อน โดยเฉพาะน้ำมันดิบและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนเมษายนกลับมาขาดดุล 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากดุลการค้าที่ติดลบตามการนำเข้าที่เร่งตัว
ด้านเงินเฟ้อทั่วไปกลับมาเป็นบวกที่ 0.83% จากราคาพลังงานในประเทศที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นเป็น 2.89% สะท้อนการส่งผ่านต้นทุนพลังงานไปยังสินค้าและบริการมากขึ้น
ธปท. ระบุว่า ระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความยืดเยื้อของสงครามตะวันออกกลาง ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และสถานการณ์เอลนีโญ
อย่างไรก็ตาม ธปท. มองว่า การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีและการลงทุนในกลุ่มดังกล่าวยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง และมาตรการภาครัฐที่จะทยอยออกมาในระยะข้างหน้า จะมีส่วนช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมได้บางส่วน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก >> https://www.bot.or.th/content/dam/bot/documents/th/thai-economy/state-of-thai-economy/monthly-report/macro-2569-04-slides.pdf



