เปิดผลสำรวจชิงผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 1: “ชัชชาติ” ยังครองใจคนกรุง ขณะที่ พรรคประชาชนครองแชมป์สนาม สก.
สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจ “ผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 1” พบ “ชัชชาติ” ยังครองแชมป์ความนิยมทิ้งห่างคู่แข่งกว่าครึ่ง ขณะที่สนาม สก. "พรรคประชาชน" มาแรงเป็นอันดับหนึ่ง ด้านนักวิชาการชี้คนกรุงยุคใหม่เน้นผลงานที่จับต้องได้จริง มากกว่ากระแสการเมือง
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ ที่มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 1,074 คน ระหว่างวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2569 ในหัวข้อ “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 (ครั้งที่ 1)” เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์เมืองในอุดมคติและตัวเลือกที่อยู่ในใจของประชาชนก่อนการเลือกตั้งที่จะถึงนี้
จากการสำรวจพบว่า สิ่งที่คนกรุงเทพฯ อยากเห็นมากที่สุด 5 อันดับแรก สะท้อนถึงความต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นฐาน ได้แก่: เมืองที่รถไม่ติด ระบบขนส่งมวลชนดี และค่าโดยสารไม่แพง (28.82%) เมืองสะอาด ทางเท้าเป็นระเบียบ เดินง่าย (23.86%) เมืองปลอดภัย ปลอดอาชญากรรมและยาเสพติด (18.10%) ปัญหาน้ำไม่ท่วม (14.75%) เมืองเศรษฐกิจ ที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี (14.47%)
ในส่วนของตัวบุคคลที่คนกรุงอยากให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป อันดับ 1 ยังคงเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ได้รับคะแนนนิยมสูงถึง 56.70% ตามมาด้วย นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร 18.90% ขณะที่ผู้ยังไม่ตัดสินใจมีอยู่ 13.13% อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงการเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ผลปรากฏว่า พรรคประชาชน นำมาเป็นอันดับ 1 ที่ 40.13% รองลงมาคือกลุ่มผู้สมัครอิสระ 21.23% และผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ 19.46% ส่วนพรรคการเมืองเดิมอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย มีสัดส่วนความนิยมอยู่ที่พรรคละ 7.91%
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล วิเคราะห์ว่า คะแนนของนายชัชชาติที่นำชัดเจนเกิดจากภาพจำในการบริหารเมืองที่ยังครองใจคน โจทย์สำคัญของผู้สมัครคนอื่นๆ คือการเปลี่ยนเสียงสะท้อนเรื่องปัญหาพื้นที่ให้เป็นการแก้ปัญหาที่จับต้องได้ เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ "อยู่ได้จริง"
สอดคล้องกับ ผศ.ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ จากโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่ระบุว่า คนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่ากระแสระยะสั้น การที่คะแนน สก. เทไปทางพรรคประชาชนและผู้สมัครอิสระ สะท้อนว่าประชาชนต้องการตัวแทนที่ทำงานในพื้นที่จริง ไม่ยึดติดกับขั้วการเมืองเดิม หากผู้สมัครคนใดไม่เร่งแก้ปัญหาพื้นฐาน เช่น รถติด หรือทางเท้า ก็อาจต้องเผชิญกับแรงต้านจากประชาชนในอนาคต


.jpg)

