คลังร่วมร่าง “คนละครึ่ง-บัตรคนจน” เป็น “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยประชาชนสู้วิกฤตพลังงาน เริ่ม พ.ค.นี้
กระทรวงการคลังชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ภายใต้ชื่อ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยรวมโครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” เข้ากับ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ไว้ในระบบเดียวกัน เพื่อลดภาระค่าครองชีพช่วงวิกฤตราคาพลังงานพุ่งสูง คาดเริ่มใช้ภายในเดือนพฤษภาคม นี้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการใหม่นี้จะเปิดลงทะเบียนทั้งหมดอีกครั้ง เนื่องจากมีการปรับหลักเกณฑ์คัดกรองผู้เข้าร่วม โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทันที หลังรัฐบาลแถลงนโยบายต้นเดือนเมษายน
สาระสำคัญของ “ไทยช่วยไทยพลัส” คือการเปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเดียวกับคนละครึ่งได้ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะร้านค้าธงฟ้า พร้อมทั้งอยู่ระหว่างพิจารณาวงเงินสนับสนุน ซึ่งคาดว่าจะไม่ต่ำกว่ารอบก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่จะเปิดลงทะเบียนภายใน 3 เดือนถัดไป หลังรอบเดิมสิ้นสุดเมื่อ 31 มีนาคม โดยจะใช้ระบบยืนยันตัวตนผ่านการสแกนใบหน้าด้วยสมาร์ทโฟน และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสิทธิ เพื่อลดปัญหาการรั่วไหล นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายของร้านค้า เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน
ในด้านพลังงาน รัฐบาลยังคงมาตรการพยุงราคาน้ำมันต่อเนื่อง โดยมองว่าการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพมากกว่าการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งสามารถลดได้จำกัดเพียง 6-7 บาทต่อลิตร
ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ ติดลบแตะเพดานที่ 42,148 ล้านบาท รัฐบาลจึงเตรียมออกพระราชกฤษฎีกา เปิดทางกู้เงินเพิ่มสูงสุด 150,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง โดยอาจให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน หากสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้
ทั้งนี้ การกู้เงินดังกล่าวจะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นราว 1% ของ GDP และรัฐบาลยังมีวงเงินกู้เหลืออีกประมาณ 300,000 ล้านบาท ก่อนชนเพดานหนี้ที่ 70% ต่อ GDP
รัฐบาลย้ำพร้อมปรับมาตรการตามสถานการณ์ความไม่แน่นอนของสงครามตะวันออกกลาง เพื่อดูแลค่าครองชีพและเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างใกล้ชิด


