Header Ads

รัฐบาลเล็งออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน เตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงจากสงคราม - เอลนีโญ


วันที่ 20 เมษายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมรับมือความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งสถานการณ์สงครามและภาวะเอลนีโญ ท่ามกลางสถานะเงินคงคลังที่ตึงตัว โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ซึ่งกำหนดให้สามารถออก พ.ร.ก.ในกรณีฉุกเฉินได้ และต้องเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาโดยเร็ว

อย่างไรก็ตามรัฐบาลอาจไม่กู้เต็มวงเงิน แต่จำเป็นต้องพิจารณาขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% ปัจจุบันอยู่ที่ราว 66% ของ GDP เพื่อรองรับภาระใหม่ เนื่องจากพื้นที่ทางการคลังเริ่มจำกัด

ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างประเมินข้อกฎหมายในการให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ 150,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีหนี้สะสมสูง อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังระบุว่ายังไม่ได้รับคำสั่งดำเนินการ และสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงทำให้ยังไม่จำเป็นเร่งออกมาตรการดังกล่าว

ด้านกระทรวงพลังงานระบุว่า กองทุนน้ำมันยังมีภาระขาดดุลต่อเนื่อง จากการอุดหนุนราคาดีเซล หากได้รับการค้ำประกันเงินกู้ จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและบริหารราคาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า แนวคิดออก พ.ร.ก.และขยายเพดานหนี้ยังอยู่ในขั้นหารือ และยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยต้องรอความชัดเจนใน ครม.เศรษฐกิจก่อน

ส่วนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ยืนยันว่าเดินหน้าต่อ โดยใช้งบกลางราว 20,000 ล้านบาท เริ่มเฟสแรกในเดือนพฤษภาคม คาดช่วยประชาชนได้กว่า 10 ล้านคน ก่อนมีงบประมาณใหม่เข้ามาเสริมในช่วงเดือนมิถุนายน หลังจัดการภาระเงินคงคลังค้าง 70,000 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ายังไม่ได้รับคำสั่งให้เตรียมการออกพ.ร.ก.กู้เงิน ส่วนเรื่องให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมัน วงเงิน 1.5 แสนล้านบาทนั้น กระทรวงพลังงานส่งเรื่องนี้มาแล้ว แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงมามากแล้วจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินในช่วงนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามสถานการณ์เพราะตอนที่เสนอเรื่องนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกขึ้นไปสูงมาก

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ให้รอดูว่ากระทรวงการคลังจะนำเรื่องค้ำประกันเงินกู้ให้กองทุนน้ำมันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้เมื่อไหร่ หากได้เงินก้อนนี้มาจะทำให้การบริหารจัดการน้ำมันง่ายขึ้น ซึ่งอนนี้กองทุนน้ำมันติดลบอยู่วันละประมาณ 180 ล้านบาท เนื่องจากราคาดีเซลยังทรงตัวในระดับสูงกว่าปรกติ

Theme images by fpm. Powered by Blogger.