5 ชาติซื้อคอนโดไทยสูงสุดปี 68 จีนนำโด่ง - เมียนมาพุ่งแรง สวนทางภาพรวมตลาดที่ยังชะลอตัว
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยข้อมูลปี 2568 พบว่า ตลาดการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติในประเทศไทยยังคงมี “จีน” ครองอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมตลาดจะชะลอตัวลงในหลายกลุ่ม
สำหรับ 5 สัญชาติที่มีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุดในไทย ได้แก่ จีน เมียนมา รัสเซีย ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา โดยภาพรวมสะท้อนให้เห็นถึงทั้งโอกาสและสัญญาณชะลอที่เกิดขึ้นพร้อมกันในตลาด
จีนครองแชมป์ มูลค่ากว่า 1.85 หมื่นล้านบาท
ผู้ซื้อชาวจีนยังคงเป็นกำลังหลักของตลาด ด้วยจำนวน 4,940 หน่วย คิดเป็นมูลค่ารวม 18,585 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.8 ล้านบาทต่อหน่วย และขนาดเฉลี่ย 35.6 ตารางเมตร อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบปีต่อปี (YoY) พบว่าจำนวนหน่วยลดลง 12.9% และมูลค่าลดลงถึง 30.0% สะท้อนแรงชะลอตัวของกำลังซื้อ
เมียนมาดันดีมานด์พุ่ง หน่วยโตสวนทางตลาด
เมียนมาขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ด้วยจำนวน 1,968 หน่วย มูลค่า 6,159 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 3.1 ล้านบาทต่อหน่วย จุดที่น่าสนใจคือ จำนวนหน่วยเติบโตสูงถึง 41.8% แม้มูลค่าจะลดลง 12.5% แสดงถึงการเข้าซื้อในระดับราคาที่จับต้องได้มากขึ้น
รัสเซียมาแรง มูลค่าโต 30.3%
รัสเซียอยู่อันดับ 3 ด้วย 1,172 หน่วย มูลค่า 4,773 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 4.1 ล้านบาทต่อหน่วย และพื้นที่เฉลี่ย 42.1 ตารางเมตร ตลาดกลุ่มนี้เติบโตชัดเจน โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 8.6% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 30.3% สะท้อนกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง
ไต้หวันโตทั้งจำนวนและมูลค่า
ไต้หวันอยู่ในอันดับ 4 ด้วย 1,036 หน่วย มูลค่า 4,699 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 4.5 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีอัตราเติบโตทั้งจำนวนหน่วย 23.9% และมูลค่า 9.3% ถือเป็นอีกตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง
สหรัฐฯ เน้นคุณภาพ ยูนิตใหญ่ราคาสูง
สหรัฐอเมริกาอยู่อันดับ 5 ด้วย 537 หน่วย มูลค่า 2,810 ล้านบาท แม้จำนวนไม่มาก แต่มีราคาเฉลี่ยสูงสุดที่ 5.2 ล้านบาทต่อหน่วย และพื้นที่เฉลี่ย 53.8 ตารางเมตร อย่างไรก็ตาม จำนวนหน่วยลดลง 11.8% และมูลค่าลดลง 7.2%
สะท้อนภาพตลาด: ดีมานด์ยังมี แต่เริ่มชะลอ
REIC ระบุว่า แม้ตลาดต่างชาติยังมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะผู้ซื้อชาวจีนที่ยังเป็นกลุ่มหลัก แต่แนวโน้มโดยรวมเริ่มชะลอตัว ทั้งในด้านจำนวนและมูลค่า สะท้อนแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อ
ขณะเดียวกัน ตลาดบางกลุ่ม เช่น รัสเซีย เมียนมา และไต้หวัน กลับเติบโตสวนทาง สะท้อนการกระจายตัวของดีมานด์ไปยังสัญชาติอื่นมากขึ้น
ทั้งนี้ ภาพรวมผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังคงเป็นชาวเอเชีย โดยเฉพาะจีน ซึ่งยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะต่อไป ท่ามกลางความท้าทายและโอกาสที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด


