ครม.นัดพิเศษเคาะ 7 มาตรการสู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมราคาสินค้า-พลังงาน-อัดซอฟต์โลนช่วย SME
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ว่า รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการดูแลประชาชนทุกมิติ เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพทั่วโลก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล โดยให้ใช้กลไกทางกฎหมายที่มีอยู่เพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มที่
ด้านกระทรวงพลังงานประเมินว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน โดยประเทศไทยยังใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยพยุงราคา ล่าสุดปรับราคาขายปลีกลดภาระบางส่วน เหลือเฉลี่ยราว 39 บาทต่อลิตร พร้อมยืนยันปริมาณน้ำมันในประเทศยังเพียงพอ โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกำลัง และมีน้ำมันสำรองรองรับความต้องการ
ขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันฯ ยังคงติดลบประมาณ 38,000 ล้านบาท จากภาระอุดหนุนที่ผ่านมา ทำให้จำเป็นต้องทยอยสะท้อนต้นทุนจริง เพื่อลดภาระการคลังและป้องกันการกักตุน
ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ได้ยกระดับการกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยดูแลสินค้าจำเป็น 59 รายการ และเตรียมเสนอเพิ่มอีก 7 รายการ เช่น เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และเครื่องปรุงรส เพื่อควบคุมต้นทุนทั้งห่วงโซ่ พร้อมปรับมาตรการให้สินค้าหลายรายการต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา
นอกจากนี้ ยังเดินหน้ามาตรการเชิงรุกผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” กระจายสินค้าราคาพิเศษทั่วประเทศ ควบคู่กับการดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการควบคุมสต๊อกสินค้าอย่างเข้มงวด ป้องกันการกักตุนและเอาเปรียบผู้บริโภค
ด้านวัตถุดิบภาคเกษตร กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าปุ๋ยยังมีเพียงพอถึงเดือนเมษายน และอยู่ระหว่างจัดหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติม แม้ต้นทุนมีแนวโน้มผันผวน พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งการลดต้นทุนปุ๋ยและส่งเสริมการใช้ปุ๋ยทางเลือก
สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน ครม. เห็นชอบรวม 7 ด้าน ได้แก่ การพิจารณาลดภาษีสรรพสามิต การเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การช่วยเหลือภาคขนส่งและเกษตรกร การสนับสนุนน้ำมันราคาพิเศษให้ประมง การผ่อนปรนสัญญาภาครัฐ และการปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลน 10,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสิน เพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs
ด้านกระทรวงคมนาคมเตรียมอัดมาตรการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าให้กลุ่มรถบรรทุกและรถโดยสาร ผ่านระบบติดตามการใช้งานจริง พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลยังเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเพิ่มศักยภาพระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการมากขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและลดการใช้น้ำมันในภาพรวม
ที่มา : รัฐบาลไทย


