Header Ads

ตายก่อนรวย! เปิด 3 ฉากทัศน์ ผลกระทบ “น้ำมันแพง” ระยะสั้น กลาง ยาว


โครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสุทธิ (Net Energy Importer) ในระดับสูง เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงหรือทรงตัวในระดับสูง จะเกิดปรากฏการณ์ "โดมิโนทางเศรษฐกิจ" ที่เริ่มจากต้นทุนการผลิตลามไปถึงกระเป๋าเงินของประชาชน

ฉากทัศน์ที่ 1 หากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงไปอีก 1 เดือน จะเริ่มเริ่มตึงเครียด (Early Strain)

หากสถานการณ์กินเวลาเพียง 1 เดือน ผลกระทบจะยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากกลไกอุดหนุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังพอทำหน้าที่เป็น "กันชน" ได้บ้าง

ในด้านค่าครองชีพประชาชนจะเริ่มรู้สึกถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสดซึ่งได้รับผลกระทบมาจากกการขนส่ง แต่การปรับขึ้นราคายังเป็นไปในลักษณะการ "รอดูท่าที" ของผู้ประกอบการ

การผลิตในภาคอุตสาหกรรมจะเริ่มบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบเดิมที่มีอยู่ กำไรขั้นต้น (Margin) เริ่มลดลงแต่อาจจะยังไม่ถึงขั้นต้องปรับราคาขายส่ง

การท่องเที่ยวอาจจะยังไม่ได้รับผลกระทบชัดเจน เนื่องจากแผนการเดินทางมักถูกจองล่วงหน้าไว้แล้ว

ฉากทัศน์ที่ 2 หากน้ำมันแพงไปอีก 2 เดือน  จะ "ส่งผ่านต้นทุน" (Cost Pass-Through)

เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 2 ผู้ประกอบการจะไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อีกต่อไป และจะเริ่มผลักภาระมายังผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้เกิด เกิดอัตราเงินเฟ้อด้านอุปทาน (Cost-Push Inflation) ราคาสินค้าปรับขึ้นเป็นหน้ากระดาน ค่าโดยสารสาธารณะเริ่มมีการเรียกร้องขอปรับราคา ประชาชนจะเริ่ม "ประหยัด" ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก

ธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) จะเริ่มประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง การจ้างงานใหม่จะถูกระงับ (Hiring Freeze) หรือลดการทำงานล่วงเวลา (OT) เพื่อคุมต้นทุน

ภาคการผลิต โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น (เช่น เซรามิก, แก้ว, เคมีภัณฑ์) จะเริ่มลดกำลังการผลิตลงเพื่อไม่ให้สินค้าล้นสต็อกในขณะที่ต้นทุนสูง

ฉากทัศน์ 3 หากราคาน้ำมันแพงลากยาวไปถึง 3 เดือนขึ้นไปจะเกิด "วิกฤตเชิงโครงสร้าง" (Structural Crisis)

หากปัญหาราคาน้ำมันลากยาวเกิน 1 ไตรมาส ผลกระทบจะหยั่งรากลึกเข้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจมหภาค

การท่องเที่ยวที่เป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจไทยจะสั่นคลอน ค่าตั๋วเครื่องบินและค่าแพ็กเกจทัวร์ที่แพงขึ้นทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจเปลี่ยนเป้าหมายไปยังประเทศที่ค่าครองชีพถูกกว่า หรือลดวันพักค้างแรมลง

หนี้ครัวเรือนจะพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากรายได้โตไม่ทันรายจ่าย ประชาชนอาจต้องกู้ยืมมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

อาจเริ่มเห็นการเลิกจ้าง (Layoff) ในภาคขนส่งและอุตสาหกรรมที่ปรับตัวไม่ทัน

ขณะที่กองทุนน้ำมัน อาจติดลบจนถึงขั้นวิกฤต บีบให้รัฐบาลต้องกู้เงินมาโป๊ะเพิ่ม ซึ่งจะกระทบต่อเพดานหนี้สาธารณะและงบประมาณในการพัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ

สรุปผลกระทบรายด้าน

ด้านผลกระทบหลักภาคอุตสาหกรรมต้นทุน Logistics พุ่งสูง

ขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกลดลง

การท่องเที่ยวหดตัวจากค่าเดินทางที่แพงขึ้น, กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวในประเทศหายไป

เกิดภาวะ"รวยกระจุก จนกระจาย" ถ่างช่องว่างทางสังคมกว้างขึ้นจากภาระค่าครองชีพที่รุมเร้า

ได้แต่ภาวนาให้สงครามจบเร็ว

ถ้ายิ่งลากยาวจะเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง เดือนร้อนกันทุกหย่อมหญ้า อาจได้เห็นคนไทย "ตาย" ก่อน "รวย"

Theme images by fpm. Powered by Blogger.