รัฐบาลเล็งซื้อน้ำมันดิบรัสเซียควบเร่งหาน้ำมันดิบแหล่งอื่นๆ ตรึงดีเซลถึง 16 มี.ค. - น้ำมันสำรองพอใช้ 98 วัน
วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 11.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทั้งด้านการช่วยเหลือคนไทย ความปลอดภัยทางทะเล และผลกระทบด้านพลังงาน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบก. เปิดเผยว่า กรณีเรือสินค้าสัญชาติไทย “มยุรีนารี” ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อสองวันก่อน มีลูกเรือไทย 23 คน ขณะนี้ช่วยเหลือได้แล้ว 20 คนและอยู่ในที่ปลอดภัย เตรียมนำตัวกลับประเทศไทย ส่วนอีก 3 คนยังอยู่ระหว่างการค้นหา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง
ด้านผลกระทบพลังงาน รัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลถึงวันที่ 16 มีนาคม 2569 ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ก่อนประเมินสถานการณ์และพิจารณามาตรการดูแลราคาน้ำมันในระยะต่อไป ขณะที่ค่าการกลั่นน้ำมันปรับเพิ่มจากเดิมประมาณ 2 บาท เป็นราว 6 บาท สะท้อนแรงกดดันจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง
นายพิพัฒน์ระบุว่า แม้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกจะปรับสูงกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มแตะ 100 ดอลลาร์ แต่ประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอ โดยจากเดิมสำรองได้ 92 วัน ขยายเป็น 98 วัน พร้อมกันนี้รัฐบาลและกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างเจรจาจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าผ่านอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด รวมถึงติดตามโอกาสนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียภายหลังสหรัฐผ่อนคลายมาตรการบางส่วน
นอกจากนี้ ยังพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B10 หรือ B20 สำหรับรถบรรทุกและรถปิกอัพ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันในประเทศ
ด้านกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าพบเพื่อยื่นประท้วงเหตุโจมตีเรือไทย พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ขณะเดียวกันได้ประสานกับรัฐบาลโอมานในการค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือไทยที่ยังสูญหาย รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ลูกเรือ 20 คนเดินทางกลับประเทศไทย
สำหรับสถานการณ์ในภูมิภาคยังคงตึงเครียด โดยมีรายงานการวางทุ่นระเบิดและการโจมตีเรือนอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันบางส่วนหยุดชะงัก ขณะที่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ เพื่อหารือผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ขณะที่กรมเจ้าท่าและกองทัพเรือยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีเรือที่ชักธงไทยเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม และยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมออกประกาศเตือนผู้ประกอบการเดินเรืออย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและเส้นทางขนส่งทางทะเล
ที่มา : รัฐบาลไทย


