ครม. จ่อปรับเกณฑ์สินเชื่อ SME Green Productivity กู้ได้สูงถึง 30 ล้าน ยืดเวลายื่นขอไปถึงสิ้นปี 69
วันที่ 6 มกราคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า คณะรัฐมนตรีเตรียมพิจารณาเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการสินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินเชื่อนโยบายรัฐ (PSA) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการยกระดับผลิตภาพควบคู่การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว
โครงการดังกล่าว ครม. มีมติไว้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 มอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ดำเนินการ โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 ต่อปีใน 3 ปีแรก วงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 10 ล้านบาท และสิ้นสุดรับคำขอกู้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พบว่ามีการอนุมัติสินเชื่อเพียง 4,826 ล้านบาท หรือร้อยละ 32 ของกรอบวงเงินทั้งหมด ขณะที่ยังมีความต้องการสินเชื่อจากผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประการ ภายใต้กรอบวงเงินเดิม ได้แก่ ขยายเวลารับคำขอกู้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ปรับกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมการปรับเปลี่ยน “ยานพาหนะ” ไปสู่พลังงานสะอาด และขยายวงเงินสินเชื่อต่อรายเป็นไม่เกิน 30 ล้านบาท เพื่อรองรับ SME ที่ต้องลงทุนสูงในการปรับกระบวนการผลิต เทคโนโลยี และนวัตกรรม
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การปรับปรุงดังกล่าวไม่เพิ่มภาระงบประมาณ โดยยังคงกรอบวงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท และงบชดเชยดอกเบี้ย 1,350 ล้านบาทเดิม โดยคาดว่าจะช่วยให้ SME เข้าถึงสินเชื่อเพิ่มราว 1,700 ราย เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 68,700 ล้านบาท และรักษาการจ้างงานได้ไม่น้อยกว่า 27,680 อัตรา สนับสนุนการเติบโตของ SME ไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว



