แรงกดดันรอบด้าน! เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตต่ำกว่าศักยภาพ
ปี 2569 ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน และปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้สำนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศประเมินตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในอัตรา “ต่ำกว่าศักยภาพ” และมีแนวโน้มติดอยู่ในภาวะเติบโตช้าอย่างต่อเนื่อง
การประเมินล่าสุดสะท้อนว่า อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2569 จะอยู่ในกรอบราว 1–2% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ และต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกำลังเร่งเครื่องการเติบโตจากการลงทุนและการย้ายฐานการผลิต
แรงส่งทางเศรษฐกิจที่อ่อนแรง
แม้เศรษฐกิจไทยยังมีแรงขับเคลื่อนจาก การท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชน และการส่งออก แต่แรงส่งดังกล่าวยังไม่แข็งแรงพอที่จะพาเศรษฐกิจหลุดพ้นจากภาวะชะลอตัว
ภาคการส่งออก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของประเทศ ยังคงเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง ความตึงเครียดด้านการค้า และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้แรงงานเข้มข้นและสินค้าเทคโนโลยีระดับกลาง
ขณะเดียวกัน ภาคท่องเที่ยวแม้ยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่รายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 อย่างเต็มที่ ส่งผลให้บทบาทของภาคท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น
หนี้ครัวเรือนสูง ฉุดกำลังซื้อในประเทศ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กดดันเศรษฐกิจไทย คือ ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวอย่างระมัดระวัง ครัวเรือนจำนวนมากต้องกันรายได้ไปชำระหนี้ ส่งผลให้กำลังซื้อในระบบไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แม้ภาวะเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่ำและไม่กดดันค่าครองชีพมากนัก
ด้านตลาดแรงงาน แม้การจ้างงานโดยรวมยังทรงตัว แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ยังอยู่ในระดับจำกัด โดยเฉพาะในภาคการผลิตและภาค SMEs ซึ่งยังเผชิญต้นทุนที่สูงและคำสั่งซื้อที่ไม่แน่นอน
การลงทุนยังไม่ฟื้นเต็มที่
ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชน แม้จะมีสัญญาณบวกจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในบางอุตสาหกรรม เช่น ดิจิทัล เทคโนโลยี และยานยนต์ไฟฟ้า แต่ภาพรวมยังถือว่า การลงทุนใหม่ยังไม่กระจายตัวในวงกว้าง และยังไม่สามารถยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยได้อย่างชัดเจน
ขณะที่การลงทุนภาครัฐยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณ วินัยการคลัง และความต่อเนื่องของนโยบาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในระยะยาว
นโยบายการเงินประคองเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค อัตราเงินเฟ้อในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดช่องให้ นโยบายการเงินยังคงอยู่ในทิศทางผ่อนคลายหรือเป็นกลาง เพื่อประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเห็นตรงกันว่า นโยบายการเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่ควบคู่ไปกับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านผลิตภาพแรงงาน ระบบภาษี การศึกษา และการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย
เสี่ยง “ติดหล่ม” หากไม่เร่งปฏิรูป
เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด เศรษฐกิจไทยในปี 2569 แม้ไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่า “รุ่งเรือง” โดยมีความเสี่ยงสูงที่จะ ติดอยู่ในกับดักการเติบโตต่ำ (Low Growth Trap) ต่อเนื่อง หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
การฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้แรงกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ สะท้อนว่า โจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ที่การกระตุ้นระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างฐานการเติบโตใหม่ในระยะยาว
สรุปคือเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังอยู่ในภาวะ “ประคองตัว” มากกว่าก้าวกระโดด เติบโตต่ำกว่าศักยภาพ และเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน หากไม่เร่งยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นเชิงนโยบาย ประเทศอาจต้องเผชิญภาวะ “ติดหล่ม” ของการเติบโตช้าไปอีกหลายปี


