ครม.อนุมัติกฎหมายลูกภาษีมูลค่าเพิ่มรับเกณฑ์ OECD 4 ฉบับ รองรับบรรษัทข้ามชาติ มีผลรอบบัญชีปี 2569
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 อนุมัติหลักการร่างกฎหมายลำดับรองออกตามความในพระราชกำหนดภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ. 2567 รวมจำนวน 4 ฉบับ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนการปรับปรุงรายได้ รายจ่าย และภาษีที่อยู่ในขอบข่ายเพื่อการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มให้เป็นไปอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ดร.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า พระราชกำหนดภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับกับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ (Multinational Enterprises: MNEs) ขนาดใหญ่แล้ว สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยการออกกฎหมายลำดับรองครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกำหนดรายละเอียดเชิงปฏิบัติให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถคำนวณภาษีได้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
สาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองทั้ง 4 ฉบับ ประกอบด้วย
พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาการอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับกรณีกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร
พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลในเครือ
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การปรับส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับ สำหรับกรณีที่ไม่มีกลุ่มนิติบุคคลในเครือรายใดตั้งอยู่ในประเทศไทย และเป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่มีกำไร
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การปรับปรุงรายได้ รายจ่าย และภาษีที่อยู่ในขอบข่ายเพื่อการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงหลักเกณฑ์การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มภายในประเทศไทย
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายลำดับรองดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยอ้างอิงต้นแบบ Global Anti-Base Erosion (GloBE) Model Rules คำอธิบาย (Commentary) และแนวปฏิบัติทางปกครอง (Administrative Guidance) ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายภาษีของประเทศไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศสมาชิก OECD/G20 Inclusive Framework on BEPS และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
กรมสรรพากรระบุว่า การออกกฎหมายลำดับรองครั้งนี้จะช่วยยกระดับความชัดเจนในการจัดเก็บภาษีจากกลุ่มธุรกิจข้ามชาติ เพิ่มความโปร่งใสของระบบภาษี และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก
ที่มา : กรมสรรพากร


