อนาคตไทย..ในมือองค์กรอิสระ
แม้โลกจะหมุน แม้จะเปลี่ยน พ.ศ.ใหม่
แต่การเมืองไทยไม่มีอะไรใหม่ ทุกอย่างจะวนลูปอยู่เหมือนเดิม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดจากคดีความซึ่งอยู่ในอำนาจการตัดสินขององค์กรอิสระทั้งหลาย
แม้ปี 2567 ที่ผ่านไป การตัดสินหลายคดีขององค์กรอิสระหลายองค์กร ผลจะออกไปทางบวกต่อฝ่ายการเมืองที่ถือครองอำนาจอยู่ในปัจจุบัน
แต่เมื่อเปลี่ยนศักราชใหม่ทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิม
บางคดีที่เป็นเรื่องเดียวกันและอยู่ในอำนาจการพิจารณาขององค์กรอิสระหลายแห่ง
ผลของการพิจารณา หรือ การตัดสินอาจจะออกไปคนละทาง
บางคดี บางองค์กรปัดตกตัดสินไปแล้วเพราะเห็นว่ามีแต่ข้อกล่าวหา ยังไม่มีพยานหลักฐานว่ามีการกระทำผิดตามคำร้องจริง
แต่เรื่องเดียวกันที่ยังอยู่ในการพิจารณาขององค์กรอิสระอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชั้น 14 เรื่องครอบงำ ฯลฯ ผลของการตัดสินที่จะออกมาหลังปีใหม่อาจเป็นไปอีกอย่าง และจะเป็นหัวเชื้อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้
ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ไปถึงจนการเปลี่ยนแปลงใหญ่ อย่างเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี หรือยุบสภาเลือกตั้งใหม่
ที่สำคัญอาจมีเรื่องยุบพรรค ตัดสิทธิ์ เข้ามาแย่งซีนก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ได้
วิบากกรรมของนักการเมืองไม่ได้มีแต่ฝ่ายครองอำนาจในปัจจุบัน
แม้แต่ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนก็ยังมีเรื่องให้ต้องลุ้นด้วยเหมือนกันว่าส.ส.40 กว่าคนจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรณีที่เคยร่วมลงชื่อยื่นแก้ไข มาตรา 112 ก่อนหน้านี้หรือไม่
ถ้าโดนกวาดตกเวทีการเมืองทั้งหมด
พรรคประชาชนก็เหนื่อยในการที่จะรักษาสถานะภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะว่าสร้างคนขึ้นมารับไม้ต่อไม่ทัน เนื่องจากเพียงช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาแกนนำแถวหนึ่ง แถวสองโดยจับใส่หม้อถ่วงน้ำไปหมดแล้ว
ถ้าแกนนำแถวสามโดนอีกก็แทบไม่เหลือคนเด่นๆ ที่จะใช้เป็นแม่เหล็กดูดความนิยม หรือใช้ชูเป็นจุดขายให้พรรค
การเมืองช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 จึงเป็นอะไรที่น่าติดตามยิ่ง