Header Ads

นายกฯ นัดแถลงผลงานควบนโยบายปีหน้า 12 ธ.ค.นี้


นางสาวแพรทองธาร ชินวัตรนายกรัฐมนตรี โพสเฟสบุ๊คส่วนตัว Ing Shinawatra  ถึงการแถลงผลงานรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาและแนวนโยบายที่รัฐบาลจะดำเนินการในปีหน้า 2568 โดยระบุว่า

2568 โอกาสไทย ทำได้จริง 

2025 Empowering Thais: A Real Possibility 

จากผลงานที่เป็นรูปธรรม สู่อนาคตที่ทำได้จริง 

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคมนี้ 

เวลา 10.00 น. 

ถ่ายทอดสดที่ช่อง NBT2HD 

และ Facebook Live: Live NBT2HD

ด้าน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,246 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 3-6 ธันวาคม 2567 พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ร้อยละ 56.02 โดยเป็นแผนเที่ยวในประเทศ ร้อยละ 90.26 ต่างประเทศ ร้อยละ 9.74 จังหวัดที่อยากไปเที่ยวมากที่สุด คือ เชียงใหม่ ร้อยละ 56.83 รองลงมาคือ เชียงราย ร้อยละ 49.05 โดยคาดการณ์ว่าจะใช้จ่ายในช่วงปีใหม่ เฉลี่ยประมาณ  17,317.10  บาท/ต่อคน จากที่รัฐบาลประกาศจะมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ของขวัญที่อยากได้มากที่สุด คือ มาตรการแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ ร้อยละ 59.95 รองลงมาคือ ช่วยสนับสนุนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพลังงานต่าง ๆ ร้อยละ 58.03 ทั้งนี้แนวคิดในการ “มอบของขวัญให้ประชาชนช่วง ปีใหม่จากรัฐบาล” มองว่าควรเป็นหน้าที่ที่จะต้องดำเนินงานของรัฐบาลอยู่แล้ว ร้อยละ 60.76 สุดท้ายปัญหาเร่งด่วน  ที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลแก้ไขก่อนปีใหม่ คือ ปัญหาค่าครองชีพ ร้อยละ 66.48

นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าของขวัญปีใหม่ที่ประชาชนคาดหวังจากรัฐบาล คือ มาตรการแจกเงิน สะท้อนภาระค่าครองชีพที่เป็นปัญหาหลักในปัจจุบัน ความต้องการของประชาชนไม่ได้เป็นเพียง “ความหวัง” แต่เป็น “สัญญาณ” ที่สะท้อนถึงปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตในประเทศ รัฐบาลจึงควรใช้โอกาสช่วงปีใหม่พัฒนานโยบายเศรษฐกิจที่มีผลยั่งยืน เพื่อไม่ให้ “ของขวัญ” กลายเป็นเรื่องพิเศษแต่กลับสะท้อนปัญหาพื้นฐานในสังคม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญชลี  รัตนะ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังตกต่ำทั่วโลก ประเทศไทยก็อยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลัง ปี 2567 บริษัทเอกชนหลายแห่งพยายามยื้อธุรกิจด้วยการปรับลดขนาดองค์กรและพนักงาน บางรายไปต่อไม่ไหวถึงขั้นปิดตัวลง ผลกระทบขยายวงกว้างรวมถึงครอบครัวของพนักงาน ส่งผลให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยช่วงปลายปีของประชาชนไม่คึกคักอย่างที่คาดการณ์ไว้ สอดคล้องกับผลสำรวจเรื่องแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ของประชาชน ที่พบเพียงร้อยละ 56.02 โดยประชาชนต้องการมาตรการแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ รองลงมาคือ การช่วยสนับสนุน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพลังงานต่างๆ ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้เป็นเพราะต้นทุนค่าครองชีพสูงแต่เสถียรภาพและความมั่นคงทางรายได้ต่ำ และมองว่าของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลควรเป็นหน้าที่ที่จะต้องดำเนินงานของรัฐบาลอยู่แล้วในแง่ที่จะทำให้ประชาชน "มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี"

Theme images by fpm. Powered by Blogger.