ปชป.เปิดรับฟังความเห็นหลังเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อไทย
หลังต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่ายกรณีตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ เปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ : https://form.democrat.or.th/your-voice-matters โดยระบุว่า "ทุกเสียงสะท้อนของท่านสำคัญกับเราเสมอ" ทุกความคิดเห็นจะถูกรวบรวมเป็นคำแนะนำ และข้อเสนอ ที่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป
ก่อนหน้านี้ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยหลังประชุมกรรมการบริหารและส.ส.ว่า การเข้าร่วมรัฐบาลจะทำให้พรรคสามารถผลักดันและดำเนินตามนโยบายที่หาเสียงเอาไว้ได้ เราเข้าร่วมรัฐบาลโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพในการบริหารประเทศ ผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่าการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ คือ กุญแจดอกสุดท้าย ที่เปิดอนาคตใหม่ให้กับประเทศ เพราะเป็นการยุติการต่อสู้ทางการเมืองที่ร้ายแรงที่สุด รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ที่กินเวลายาวนานถึง 20 ปี เป็น 2 ทศวรรษ แห่งความขัดแย้ง ที่ต่อสู้กันทั้งในและนอกสภาฯ แบ่งแยกประชาชนเป็นฝักฝ่าย นำไปสู่การสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ ระหว่างเดือนตุลาคมปี 2551-พฤษภาคม 2553 ล้มตายกว่า 100 คน และบาดเจ็บเกือบ 3 พันคนมีการรัฐประหารสูญเสียประชาธิปไตย ถึง 2 ครั้งในปี 2549 และปี 2557 นับเป็นบาดแผลความขัดแย้ง ที่กว้างและลึกที่ แม้แต่รัฐบาลในอดีตไม่ว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ - ยิ่งลักษณ์ - พล.อ.ประยุทธ์ จะพยายามสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ก็ไม่ประสบความสำเร็จ และไม่มีใครตอบได้ว่าความขัดแย้งแตกแยกดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
จนกระทั่งเมื่อมีการร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสม ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (พล.อ.ประยุทธ์) และพรรคพลังประชารัฐ (พล.อ.ประวิตร) ภายหลังการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งถือเป็นกุญแจดอกแรกที่เปิดประตูความร่วมมือข้ามขั้วระหว่าง2ฝ่ายเพื่อยุติความขัดแย้ง ก่อนที่กุญแจดอกสุดท้ายจะเกิดขึ้นเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลผสมข้ามขั้วเมื่อวานนี้ เป็นการสิ้นสุดอดีตที่ขมขื่นและเริ่มต้นวันใหม่ของประเทศ
ได้แต่หวังว่า ทุกฝ่ายจะเรียนรู้ความผิดพลาดทางการเมืองในอดีต อย่าให้ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยเดิม การยึดมั่นระบบรัฐสภา ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การยึดถือหลักนิติรัฐนิติธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และการยึดประโยชน์ของส่วนรวม เป็นที่ตั้ง คือ แนวทางที่ประเทศและการเมืองไทย จะก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและมีอนาคต
-------------------------
ที่มา พรรคประชาธปัตย์ : https://www.facebook.com/DemocratPartyTH?locale=th_TH