Header Ads

1 ส.ค.นี้ เปิดลงทะเบียนรับ Digital Wallet 1 หมื่นผ่านแอปฯ "ทางรัฐ"

 

        วันที่ 24 กรกฎาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงความคืบหน้าครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ว่า หลังจากรัฐบาลดำเนินโครงการตามกฎหมายและรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ อย่างรอบคอบถึงตอนนี้โครงการพร้อมที่จะดำเนินการแล้ว

"โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อส่งเสริมให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจ สามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม"นายพิชัย กล่าวและว่า เมื่อเริ่มดำเนินโครงการฯ แล้ว จะก่อให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจ 4 ลูก ได้แก่ การใช้จ่ายระหว่างประชาชนกับร้านค้าขนาดเล็ก ถือเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจไปยังฐานราก กระจายไปพร้อมกันทุกอำเภอทั่วประเทศ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน, การใช้จ่ายระหว่างร้านค้าขนาดเล็กกับร้านค้าขนาดใหญ่, การใช้จ่ายระหว่างร้านค้าขนาดใหญ่กับร้านค้าขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้เกิดการต่อยอดกำลังซื้อ การบริโภค หรือสร้างโอกาสในการลงทุนเพื่อประกอบอาชีพ, พลังการใช้จ่ายของประชาชนแต่ละคนจะเกิดผลต่อการหมุนเวียนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นทวีคูณ ช่วยฟื้นฟูภาคการผลิตของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำว่า จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 15 กันยายน 2567  ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” บนสมาร์ตโฟน โดยไม่มีการจำกัดจำนวนประชาชนที่จะเข้าร่วมใช้สิทธิ์ในโครงการฯ ดังนั้น ประชาชนทุกคนที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและมีคุณสมบัติครบถ้วน ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งรัฐบาลได้ประมาณการไว้จำนวน 45 - 50 ล้านคน และให้เริ่มใช้จ่ายในโครงการฯ ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคุณสมบัติของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ ต้องมีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน สัญชาติไทย  อายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน (15 กันยายน 2567)  มีรายได้ไม่เกิน 840,000 บาท ในปีภาษี 2566  ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันเกิน 500,000 บาท  โดยตรวจสอบข้อมูลเงินฝาก 6 ประเภท ได้แก่  เงินฝากกระแสรายวัน  เงินฝากออมทรัพย์  เงินฝากประจำ  บัตรเงินฝาก ใบรับเงินฝาก และ  ผลิตภัณฑ์เงินฝากในชื่อเรียกอื่นใดที่มีลักษณะเดียว ทั้งนี้ม่รวมถึงเงินฝากในบัญชีร่วม และเป็นเงินฝาก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 

ต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ  ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ 

"ผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟนจะได้เข้าร่วมโครงการในระยะต่อไป โดยจะให้มีการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านช่องทางที่กำหนด ระหว่างวันที่ 16 กันยายน - 15 ตุลาคม 2567 ส่วนวิธีการใช้จ่ายกำพิจารณาเพื่อให้เกิดความเหมาะสมอาจเป็นในรูปแบบใช้จ่ายผ่านบัตรประชาชน ส่วนการลงทะเบียนร้านค้ากำหนดไว้วันที่ 1 ตุลาคม 2567 และจะมีการชี้แจงรายละเอียดคุณสมบัติร้านค้าต่อไป

ส่วนเงื่อนไขอื่นๆ เช่น ห้ามซื้อของออนไลน์ ซื้อได้เฉพาะร้านค้าและร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ที่อยูในเขตอำเภอเดียวกัน ซื้อสินค้าได้ทุกชนิด ยกเว้น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ กัญชา กระท่อม พืชกระท่อม ผลิตภัณฑ์กัญชาและกระท่อม บัตรกำนัล บัตรเงินสด ทองคำ เพชร พลอย อัญมณี น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งกระทรวงพาณิชย์อาจมีประกาศินค้าห้ามซื้อเพิ่มเติมในอนาคต

รายละเอียดอื่นๆ ดูเเพิ่มเติมได้ที่ www.digitalwallet.go.th หรือพิมพ์เป็นภาษาไทยว่า www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย หรือสอบถามผ่านศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Call Center) สายด่วน โทร. 1111 

---------------------------

ภาพประกอบจากเว็บไซต์รัฐบาลไทย : https://media.thaigov.go.th/uploads/thumbnail/news/2024/07/IMG_86209_20240724125155000000.jpg

Theme images by fpm. Powered by Blogger.