"พิชิต"ทิ้งเก้าอี้ รมต. หวังช่วย "เศรษฐา" พ้นถูกถอดถอน
นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งแล้วหลังได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากถูกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 40 คน เข้าชื่อกันยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนออกจากตำแหน่งเนื่องจากมีคุณสมบัติขัดต่อกฎหมาย พร้อมให้ถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้ทูลเกล้าฯเสนอแต่งตั้งบุคคลขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
หนังสือลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีของนายพิชิติ ระบุว่า ขอลาออกจากการดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้ โดยให้มีผลนับแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป
ข้าพเจ้า นายพิชิต ชื่นบาน ตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอยืนยันชีวิตยึดมั่นในความบริสุทธิ์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประกอบวิชาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย เมื่อรับตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายกฎหมายทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยความชอบตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
ในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนส่วนรวมเป็นที่สำคัญ ข้าพเจ้าเห็นว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนยังต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่องหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา
แต่เมื่อมีการยื่นคำร้องเกี่ยวกับข้าพเจ้า ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าได้ตรวจสอบและเชื่อมั่นโดยสุจริตแล้วว่า ข้าพเจ้ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายทุกประการก็ตาม แต่เรื่องนี้ได้มีการพาดพิงไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี หัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดินต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และไม่กระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีที่มีความจำเป็นต้องเดินหน้าด้วยความต่อเนื่อง ข้าพเจ้าจึงไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ในลักษณะยึดถือประโยชน์ส่วนตนยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนรวม
ดังนั้น โดยหนังสือฉบับนี้ให้ถือเป็นเจตนาของข้าพเจ้าที่มีต่อนายกรัฐมนตรี “ข้าพเจ้า ขอลาออกจากการดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้ โดยให้มีผลนับแต่วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เป็นต้นไป
อนึ่ง ข้าพเจ้าขอกราบนมัสการลา พระเถรานุเถระ กรรมการมหาเถระสมาคม พระอาจารย์ที่เคารพนับถือ ข้าราชการ และประชาชน ที่ให้กำลังใจต่อข้าพเจ้ามาโดยตลอด นับแต่นี้ขอใช้โอกาสส่วนตัวทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบต่อไปจนชีวิตข้าพเจ้าจะหาไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดจะพิจารณาคำร้องของ 40 ส.ว.ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ ว่าจะรับคำร้องเอาไว้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งการลาออกของนายพิชิต ก่อนที่ศาลฯ จะพิจารณามีนักกฎหมายชี้ว่าทำเพื่อให้ศาลตีตกคำร้องเพราะพ้นจากตำแหน่งแล้ว อย่างไรก็ตามมีนักกฎหมายบางส่วนเห็นว่าการลาออกไม่มีผลเพราะเป็นข้อกล่าวหาคนละส่วนกับนายกรัฐมนตรี เพราะแม้นายพิชิตจะลาออกแต่การทูลเกล้าฯรายชื่อเพื่อแต่งตั้งถือเป็นความผิดสำเร็จแล้ว จึงต้องรอลุ้นกันว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร หากตีตกไม่รับเรื่องไว้พิจารณาก็ถือว่าจบ แต่หากมีมติรับเรื่องไว้พิจารณาก็ต้องดูว่าศาลฯ จะกำหนดเงื่อนไขอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะเงื่อนไขให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำตัดสิน เหมือนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีเคยถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกกว่าจะมีคำตัดสินมาแล้วกรณีถูกยื่นตีความดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่
-------------------
ภาพประกอบจาก เว็บไซต์รัฐบาลไทย : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/83359


