"พิธา"จี้รัฐบาลกางแผนงานปีหน้าจะทำอะไรบ้าง
วันที่ 15 ธันวาคม 2566 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกลโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคแถลงประเมินผลงานรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน หลังทำงานครบ 100 วัน โดยรบุว่า ไม่สามารถตัดเกรดรัฐบาลได้เพราะว่ารัฐบาลไม่ได้มีโรดแมปการทำงานที่ชัดเจน
"มีหลายเรื่องที่รัฐบาลทำได้ดีและควรทำต่อไป ขณะเดียวกันก็มีหลายเรื่องที่ยังต้องปรับปรุงการทำงานหวังว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อเสนอแนะของฝ่ายค้านและของประชาชนอย่างสร้างสรรค์"
ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล ระบุว่า สามารถแบ่งการทำงานของรัฐบาลออกเป็น 5 หัวข้อประกอบด้วย 1.คิดดีทำได้ คือ การช่วยตัวประกันไทยในอิสราเอล ฉีดวัคซีน HPV การแก้หนี้ทั้งในและนอกระบบ ซึ่งในส่วนนี้รัฐบาลทำได้ดี
2.คิดไปทำไป มีการปรับเปลี่ยนแนวทางไปมา คือ ดิจิทัลวอลเล็ต เงินเดือนข้าราชการ แลนด์บริดจ์
3.คิดสั้น (ยัง) ไม่คิดยาว เป็นเรื่องเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของประชาชนคือ ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทางรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่ใช้เงินอุดหนุนในระยะเวลาสั้นๆ
4.คิดใหญ่ทำเล็ก คือเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ เช่น ซอฟต์พาวเวอร์ ฟรีวีซ่า แปลงที่ดิน สปก.เป็นโฉนด การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
5.คิดอย่างทำอีกอย่าง หัวข้อนี้ส่วนใญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง เช่น การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ การปฏิรูปกองทัพ ที่มีแนวทางไม่จรงกันกับที่พูดไว้กับช่วงหาเสียงเลือกตั้ง
"เรื่องที่ต้องชื่นชมอย่างมากคือการช่วยตัวประกันไทยในอิสราเอลที่รัฐบาลทำได้ดี ทั้งในเรื่องการช่วยตัวประกัน การเยียวยา และสินเชื่อแรงงานไทย อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรเร่งช่วยตัวประกันอีก 9 คนที่ยังถูกคุมตัวไว้ และการจ่ายเยียวยาให้ผู้ที่เดินทางกลับมาควรอนุมัติให้เร็วกว่านี้ รวมถึงการอำนวยความสะดวกกับคนที่ต้องการกลับไปทำงานที่อิสราเอลด้วย"
นายพิธา กล่าวอีกว่า ดิจิทัลวอลเล็ตการที่รัฐบาลปรับเปลี่ยนเงื่อนไขไปมาหลายครั้งแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่คิดไปทำไปไม่ได้ศึกษาให้รอบด้านแต่แรกทั้งนี้ต้องใช้เงินกว่า 5 แสนล้านบาท การเปลี่ยนเงื่อนไขไปมาทำให้เกิดความสับสน สุดท้ายหากตัดสินใจไม่ทำโครงการ รัฐบาลก็จะต้องมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาให้ชัดเจนทั้งระยะสั้น ระยะกลา งและระยะยาว ส่วนเรื่องการลดค่าไฟ รถค่าโดยสารรถไฟฟ้า สิ่งที่รัฐบาลทำไปนั้นยังไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
ส่วนสิ่งดีที่รัฐบาลทำไปแล้วคือ กรณีที่คณะกรรมการซอฟพาวเวอร์กำหนดกรอบวงเงินสนับสนุนอุตสาหกรรม 11 ด้าน และมีการประกาศแผนงานบ้างเรื่องออกมาแล้ว เช่น การจัดเทศกาลต่างๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลยังไม่ได้และควรเร่งทำคือการเสนอแก้กฎหมาย เช่น พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ เพื่อเพิ่มเสรีภาพในการสร้างสรรค์ผลงาน หรือการแก้กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ เพื่อลดขั้นตอนขออนุญาตกองถ่าย การสนับสนุนการรวมตัวของแรงงานฟรีแลนซ์ รวมไปแก้ถึงการแก้กฎกระทรวงสุราก้าวหน้า
"ในปีหน้ารัฐบาลควรกำหนด Strategic Roadmap (กำหนดระยะความสำเร็จ) และมี KPI ที่ชัดเจนน และควรกางเห็นแผนการทำงานของรัฐบาลใน 1 ปีออกมาให้เห็นชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง และเมื่อเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรคควรปรึกษาหารือกันให้ชัดเจนก่อนที่จะประกาศอะไรออกมา" นายพิธา กล่าวพร้อมระบุว่าไม่เห็นด้วยกับกระข่าวการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีเพื่อหาทางลงกรณีไม่สามารถทำดิจิทัลวอลเล็ตได้ การเปลี่ยนตัวนายกฯไม่ใช่ทางออก ควรให้โอกาสได้ทำงานต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามอยากเสนอแนะว่าหากนายกรัฐมนตรีจะสั่งการอะไรออกมาควรศึกษาให้ชัดเจนก่อนเพราะการบริหารราชการแผ่นดินไม่เหมือนกับเอกชน ที่จะต้องมีกระบวนการในการบริหารงานและให้คนไปติดตามว่าสิ่งที่สั่งการนั้นเป็นไปได้ทางกฎหมายหรือไม่ ถ้าเป็นไปไม่ได้จะต้องมีการปรับแก้อย่างไร
"โจทย์หินของรัฐบาลในปีหน้ายังเป็นเรื่องเศรษฐกิจที่ไม่แน่ใจว่า GDP จะถึง 2% หรือไม่ เรื่องรายได้จากการท่องเที่ยวจะเป็นไปตตามเป้า 4 แสนล้านหรือไม่ จำเป็นที่รัฐบาลต้องประเมินและเตรียมแผนรองรับ" ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล กล่าวและว่า การตรวจสอบรัฐบาลในสภาโดยเฉพาะเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจหากจะมีการยื่นญัตติก็คงเป็นในช่วงไตรมาส 1 หรือไตรมาส 2 ปีหน้า เพราะต้องรอให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายผ่านสภาก่อน เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นอยู่กับการทำงานของรัฐบาลและพยานหลักฐานที่จะนำมาอภิปรายด้วย" นายพิธา กล่าวพร้อมย้ำว่า พรรคจะทำงานตามที่ประกาศไว้กับประชาชน คือเป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ไม่คิดแต่เรื่องโค่นล้มรัฐบาล


