Header Ads

ส่องธุรกิจมาแรงปี 67

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยกลุ่มธุรกิจที่จะมาแรงในปี 2567 ประกอบด้วย ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว สุขภาพความงาม  บริการดิจิทัลและซอฟต์แวร์ ธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมความยั่งยืน และกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกลุ่มธุรกิจที่มาแรงมีอัตราการขยายตัวได้ดีในปี 2566  ว่า มี 5 กลุ่มธุรกิจที่ขยายตัวได้ดีประกอบด้วย  กลุ่มแรกคือธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่เติบโต 64% ทั้งธุรกิจจัดนำเที่ยว ตัวแทนธุรกิจการเดินทาง โรงแรม รีสอร์ต ห้องชุด สปา และการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กลุ่มที่สองเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เติบโต 36% ทั้งในส่วนที่เป็นตัวแทนนายหน้าและในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด

กลุ่มที่สามธุรกิจสมุนไพร เติบโต 33% ขยายตัวได้ดีทั้งในกลุ่มเครื่องเทศ และสมุนไพรรักษาโรค  กลุ่มที่สี่ธุรกิจการติดตั้งไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เติบโต 25% ทั้งในส่วนของการผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ การขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มที่ห้า ธุรกิจ e-Commerce หรือการค้าปลีกสินค้าออนไลน์ เติบโต 19%

สำหรับกลุ่มธุรกิจเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย ปี 2566 มี 3 ธุรกิจ ประกอบด้วย  กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกและเคมีภัณฑ์ หดตัว(ติดลบ) 30%  กลุ่มธุรกิจขายปลีกสินค้าในร้านค้า หรือ ธุรกิจการค้าปลีกช่องทางออฟไลน์ หดตัว 12% และกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงสันดาป หดตัว 5% 

ส่วนธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีในปี 2567 สามารถ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งในส่วนของการนำท่องเที่ยว ภัตตาคาร-ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ท ห้องชุด เกสต์เฮ้าส์ แลกเปลี่ยนเงินตรา

กลุ่มธุรกิจการจัดประชุม แสดงสินค้า คอนเสิร์ต เช่น ธุรกิจการแสดงทางธุรกิจและสินค้า ธุรกิจการจัดประชุม  ธุรกิจจัดงานเลี้ยง ธุรกิจกิจกรรมด้านความบันเทิง

กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพและความงาม เช่น โรงพยาบาล คลินิกโรคเฉพาะทาง ปลูกพืชสมุนไพร ธุรกิจขายปลีก-ส่งเภสัชภัณฑ์ เวชภัณฑ์ ดูแลผู้สูงอายุ 

กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า

กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการดิจิทัลและซอฟต์แวร์ เช่น บริการ e-Commerce บริการชำระเงินแบบดิจิทัล  ธุรกิจซอฟต์แวร์ ที่เกี่ยวกับการจัดทำโปรแกรมเว็บเพจ ดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้คำปรึกษาทางด้านซอฟต์แวร์

สถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจช่วงเดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมามีรวมมูลค่าทั้งสิ้น 546,588.90 ล้านบาท แยกเป็นการลงทุนของไทย 98.73% และต่างชาติ 1.27%  5 อันดับประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมากที่สุด ได้แก่ จีน มูลค่าการลงทุน 1,880.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 233.60% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 รองลงมาคือสิงคโปร์ มูลค่าการลงทุน 703.65 ล้านบาท จีน-ฮ่องกง มูลค่าการลงทุน 523.16 ล้านบาท  เมียนมา มูลค่าการลงทุน 136.07 ล้านบาท และ เยอรมนี มูลค่าการลงทุน 99 ล้านบาท

Theme images by fpm. Powered by Blogger.