ครึ่งศตวรรษ 14 ตุลา (การ) เมืองไทยพ่ายเรือในอ่าง
14 ตุลาคม วนมาอีกครั้ง
กิจกรรมรำลึกเหตุการณ์นองเลือดทางการเมืองครั้งใหญ่ของไทยมีขึ้นอีกครา ไม่ต่างอะไรจากงานอีเว้นประจำปี
ผู้คนทั้งที่ผ่านเหตุการณ์นองเลือดมา คนที่สนใจการเมือง และผู้มีอำนาจในแต่ละยุคต่างไปรวมตัวกัน และแข่งกันอวดสปีดเท่ๆ กล่าวรำลึก วางพวงมาลา ถ่ายรูปแล้วแยกย้ายกลับ
จะผ่านไปกี่ปีการเมืองเมืองไทยก็ยังเหมือนเดิม ยังวนเวียนอยู่กับวัฎจักร เลือกตั้ง ยึดอำนาจ เลือกตั้ง ยึดอำนาจ
ระยะเวลาจะถี่ห่าง ก็ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส
ถึงวันนี้ พ.ศ.2566 ยังไม่มีกล้าพูดได้เต็มปากว่าจะไม่มีการยึดอำนาจเกิดขึ้นอีกแล้ว
ฝ่ายการเมืองยังต้องยืนเอามือกุมเป้าเมื่อคุยกับฝ่ายทหารที่ถือปืนคุมอำนาจอยู่
เห็นได้ชัดเจนจากท่าทีและสุ่มเสียงของพรรคเพื่อไทย พรรคแกนนำรัฐบาลปัจจุบัน ที่สุ่มเสียง ท่าทีต่อกองทัพอ่อนลงไปมาก ต่างจากตอนทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และตอนหาเสียงเลือกตั้ง
แม้จะส่งคนในพรรคไปคุมกระทรวงกลาโหม
แต่สุ่มเสียง ท่าที ต่อการยกเลิกเกณฑ์ทหาร สุ่มเสียงท่าทีต่อปัญหาเรือดำน้ำที่เครื่องไม่ตรงสเปก สุ่มเสียงท่าทีต่อการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินทั้งในงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ
เปลี่ยนไปจนใครก็รู้สึกและสัมผัสได้
แม้ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองต่างก็รู้ชัดแจ้งแก่ใจดีว่า
การเอาใจ การยินยอม การพินอบพิเทา ไม่ช่วยการันตีว่ากองทัพจะเกรงใจจนไม่กล้ายึดอำนาจ
ดังมีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนแล้วจากรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่แม้จะไปนั่งคุมกระทรวงกลาโหมด้วยตัวเอง และอนุมัติทุกอย่างตามกองทัพต้องการเท่าที่จะอนุมัติให้ได้
"... หากเราไม่ไปกร่าง ก็ไม่มีปัญหา ทหารมีวินัย..."
เป็นคำแนะนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนปัจจุบัน
"ไม่กร่าง" แล้ว "เป็นไง" ไหนว่าทหาร "มีวินัย" ทุกวันนี้ยังต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ
ชัดเจนว่าเมื่อมีโอกาส กองทัพไม่เคยปล่อยโอกาสยึดอำนาจให้หลุดมือ แถมครั้งล่าสุดยังอยู่ยาวนับ 10 ปี
ชัดเจนว่าจะผ่านการรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลา อีกกี่ครั้ง การเมืองไทยก็จะยังพายเรือในอ่างอยู่อย่างนี้ต่อไป
เลือกตั้ง ยึดอำนาจ เลือกตั้ง ยึดอำนาจ
-----------------------------
จับกระแสการเมือง : เขียนโดย / สมศักดิ์ ไม้พรต


