Header Ads

รัฐ-เอกชน เร่ง Zero corruption ดันดิจิทัล-AI ปิดช่องโกง ยกระดับความโปร่งใสสู่มาตรฐาน OECD


ทำเนียบรัฐบาล : นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะทำงาน "Zero corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน" (ประกอบด้วย กกร., องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, TDRI และ TIJ) เพื่อวางแนวทางแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน หลังผลสำรวจพบเอกชนกว่า 89% มองว่าการทุจริตเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำธุรกิจ

นายปกรณ์ ยืนยันว่า รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีมีเจตจำนงแน่วแน่ในการต่อต้านการทุจริตเพื่อยกระดับประเทศไทยเข้าสู่สมาชิก OECD โดยปัจจุบันภาครัฐได้เร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ ปรับปรุงกฎหมายที่ใช้ดุลยพินิจสูงอันเป็นช่องโหว่ของการโกง รวมถึงล่าสุด ครม. (5 พ.ค. 2569) ได้เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลระหว่างหน่วยงานรัฐ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบแล้ว

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้รับ 3 ข้อเสนอจากคณะทำงานฯ เพื่อนำเรียนนายกรัฐมนตรีขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ดังนี้:

1.แก้ทุจริตยั่งยืน ยกระดับขีดความสามารถประเทศ:

- ประกาศให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีนายกฯ เป็นประธาน

- ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลปิดช่องโกง ผ่านระบบ Dashboard ติดตามงบประมาณ และระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง

- ยกระดับ 4 หน่วยงานต้นแบบความโปร่งใส (คลัง, มหาดไทย, เกษตรฯ และ กทม.) เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง 100% พร้อมให้ประชาชนประเมินความพึงพอใจ (Citizen feedback)

2.สร้างระบบความซื่อตรงภาครัฐ: เพื่อรองรับการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD

3.แก้กฎหมายล้าสมัยผ่านแผน "Reinvent Thailand": มุ่งปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมายใน 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย (เกษตรและอาหาร, ยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, สุขภาพและการแพทย์, ท่องเที่ยว, ค้าปลีก และธุรกิจสร้างสรรค์)

สำหรับก้าวต่อไป รัฐบาลและภาคเอกชนจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ทาง กกร. เตรียมนำเสนอชุดกฎหมายลำดับรองที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งปรับปรุงแก้ไข เพื่อลดอุปสรรคและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจต่อไป

ที่มา : รัฐบาลไทย

Theme images by fpm. Powered by Blogger.