สภาพัฒน์แถลง GDP ไตรมาส 1/2569 โต 2.8% อานิสงส์ภาคเอกชนลงทุนสูงสุดในรอบ 9 ปี ขณะที่หนี้สาธารณะพุ่ง12.68 ล้านล้านบาท
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปี 2569 และแนวโน้มตลอดทั้งปี โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
GDP ไตรมาส 1/2569 โต 2.8% ขับเคลื่อนโดยลงทุนเอกชนพุ่งสูงสุดรอบ 9 ปี
เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกขยายตัวร้อยละ 2.8 เร่งตัวขึ้นจากร้อยละ 2.5 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีเครื่องยนต์หลักจากการลงทุนรวมที่ขยายตัวร้อยละ 9.9 ซึ่งเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส (ตั้งแต่ปี 2558) นำโดยการลงทุนภาคเอกชนที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 10.1 ในหมวดเครื่องจักรและยานพาหนะอุตสาหกรรม
สรุปรายภาคเศรษฐกิจใน Q1/2569
การส่งออกสินค้า: มีมูลค่า 95,096 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (โต 17.8%) ขยายตัวเด่นในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสาร และเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่กลุ่มสินค้าเกษตรลดลงเนื่องจากการแข่งขันด้านราคา
การนำเข้าสินค้า: พุ่งสูงถึงร้อยละ 33.1 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาส เป็นมูลค่า 0.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.9 พันล้านบาท)
การท่องเที่ยว: รายรับรวมอยู่ที่ 7.59 แสนล้านบาท (โต 3.8%) ฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 9.317 ล้านคน
เสถียรภาพการเงิน: อัตราว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.91 ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปติดลบร้อยละ -0.5 และมีหนี้สาธารณะอยู่ที่ 12.68 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 66.38 ของ GDP
สภาพัฒน์คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 1.5 - 2.5 (ค่ากลางร้อยละ 2.0) โดยมีปัจจัยหนุนจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงแรงขับเคลื่อนจากงบประมาณภาครัฐและการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง อย่างไรก็ตาม คาดว่ารายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.49 ล้านล้านบาท (จากเดิมคาด 1.65 ล้านล้านบาท) เนื่องจากการปรับลดสมมติฐานจำนวนนักท่องเที่ยว
สภาพัฒน์ได้เสนอแนะแนวทางบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในช่วงที่เหลือของปี เพื่อรับมือความเสี่ยงรอบด้าน
รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง: บริหารพลังงานสำรองเพื่อป้องกันการขาดแคลน และออกมาตรการช่วยกลุ่มธุรกิจที่พึ่งพาพลังงานสูง เช่น ภาคขนส่ง ประมง และกลุ่ม SMEs
เร่งการลงทุนจริง: ผลักดันโครงการที่ได้บัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้เกิดการลงทุนจริงผ่านระบบ Thailand FastPass และยกระดับทักษะแรงงานรองรับระบบ AI
ประคองภาคส่งออก: รับมือมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ เร่งเจรจา FTA (เช่น ไทย-EU) และติวเข้มเอกชนเรื่องกฎหมายสิ่งแวดล้อมสากล เช่น CBAM และ EUDR
รักษาวินัยการคลัง: เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 (เป้าหมายงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 70%) พร้อมบริหารงบกู้เงินแก้วิกฤตพลังงานวงเงิน 400,000 ล้านบาทอย่างรัดกุม
กู้วิกฤตเกษตรและภัยแล้ง: เร่งหาแหล่งปุ๋ยทดแทนตะวันออกกลาง และเตรียมรับมือภัยแล้งจาก "ซุปเปอร์เอลนีโญ" ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะกระทบต่อการทำนาปี
แก้หนี้ครัวเรือนและ SMEs: ผลักดันมาตรการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" เชิงรุก และเพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก >>https://www.nesdc.go.th/wordpress/wp-content/uploads/2026/05/02-PRESSTHAI-Q1-2569.pdf



