“อนุทิน” นำทีมรัฐมนตรีถก 10 เจ้าสัวกลุ่มยักษ์ใหญ่ ยกระดับเศรษฐกิจ ดันสี่กลยุทธ์รับมือโลกเปลี่ยน โชว์ตัวเลข BOI ดึงเงินลงทุนไตรมาสแรกทะลุ 2 แสนล้าน
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชนจาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ (นำโดย สถาบันหลัก กกร., โตโยต้า, BDMS, SCG, เซ็นทรัล, สหพัฒน์, กัลฟ์, กสิกรไทย, เดลต้า และ ซีพี) ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยีโลก
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลพร้อมปรับบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก โดยจะไม่ยึดติดกับข้อจำกัดเดิม ๆ หรือกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อเร่งสร้างความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและการลงทุน พร้อมทั้งผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนด้านพลังงานสะอาด ระบบโลจิสติกส์ และความมั่นคงทางอาหาร ต่อโยอดจากการผลักดันแนวคิดโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ในเวทีสุดยอดอาเซียนที่ผ่านมา
ภายหลังการหารือ นายเอกนิติ นิติทัณฑประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สรุปข้อเสนอของภาคเอกชนออกเป็น 4 กลุ่มยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New Growth Engines) ดังนี้:
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต: เน้นระบบพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการน้ำ
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์: ยกระดับทักษะแรงงานรองรับเทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
การถ่ายทอดเทคโนโลยี: ดึงดูดการย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการไทย
การกระจายโอกาสสู่ฐานราก: เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานสนับสนุนกลุ่ม SME และ Micro SME ไม่ให้การเติบโตกระจุกตัว
รัฐบาลพร้อมรับข้อเสนอไปปฏิบัติจริง โดยเตรียมฟื้นกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ให้กลับมาขับเคลื่อนเชิงรุก ควบคู่ไปกับการเร่งแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบและขั้นตอนการขออนุญาต
ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นการลงทุนที่เห็นผลเป็นรูปธรรมแล้วคือ BOI Fast Track ซึ่งสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจริงเข้าสู่ประเทศได้มากกว่า 200,000 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี 2569 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อทิศทางนโยบายของรัฐบาลไทย
ที่มา : รัฐบาลไทย



