มจธ.-ญี่ปุ่น ร่วมพัฒนามาตรฐานสำรวจโพรงใต้ดิน ยกระดับความปลอดภัย
![]() |
| จอแสดงผลจากกล้อง 360 ⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼ |
ท่ามกลางความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์หลุมยุบ ศาสตราจารย์ วรัช ก้องกิจกุล จากภาควิชาวิศวกรรมโยธา มจธ. หัวหน้าทีมวิจัยไทย-ญี่ปุ่น ได้ให้มุมมองที่ช่วยลดความหวาดกลัวว่า "โพรงใต้ดิน” เป็นความปกติที่ป้องกันได้ โพรงใต้ดินมักเกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างสาธารณูปโภคใต้ดิน เช่น ท่อระบายน้ำหรือท่อประปาที่แตกร้าว รั่วซึม หรือมีรอยต่อไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อที่ชำรุดเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน"
![]() |
| ทีมวิจัยจากซ้าย - Professor Jun Shinohara, ศาสตราจารย์ วรัช ก้องกิจกุล และ Professor Mitsumasa Yamashina ⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼ |
เพื่อรับมือกับปัญหานี้ ทีมวิจัยได้นำใช้เทคโนโลยี GMS3 (GPR Mobile Mapping System 3D) จากญี่ปุ่น ซึ่งเปรียบเสมือน "ดวงตา" ที่สามารถมองทะลุพื้นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยมี Professor Jun Shinohara และ Professor Mitsumasa Yamashina จาก Ehime University เป็นผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ หัวใจสำคัญของ GMS3 คือ การผสานระบบเรดาร์สำรวจใต้ดิน (GPR) เข้ากับระบบทำแผนที่เคลื่อนที่ (MMS) ที่ใช้เทคโนโลยีภาพ 360 องศาเพื่อเสริมความแม่นยำในการกำหนดตำแหน่งของโพรงใต้ดิน
![]() |
| ระบบเรดาร์สำรวจใต้ดิน (GPR) ⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼ |
แม้เทคโนโลยีจะพร้อมใช้งานแล้ว แต่ความท้าทายสำคัญคือการพัฒนาเกณฑ์ประเมินความเสี่ยงการเกิดหลุมยุบจากข้อมูลโพรงที่สำรวจพบ โดย “เส้นผ่านศูนย์กลางของโพรง (D)” และ “ความลึกจากผิวถนนถึงส่วนบนสุดของโพรง (Hc)” ซึ่งได้จากการสำรวจด้วย GPR เป็นตัวแปรหลักที่ใช้ทั้งในญี่ปุ่นและไทย อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของโครงสร้างถนนและสภาพชั้นดินระหว่างสองประเทศ ญี่ปุ่นใช้ถนนผิวทางแอสฟัลท์ ในขณะที่ไทยใช้ถนนผิวทางคอนกรีต ทำให้ไม่สามารถนำเกณฑ์ญี่ปุ่นมาใช้โดยตรงได้ ทีมวิจัย มจธ. จึงพัฒนาเกณฑ์ใหม่ที่เหมาะกับถนนคอนกรีตของไทย ผ่านการทดสอบในห้องปฏิบัติการและการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลอง FEM เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการยุบตัวของผิวถนนเมื่อมีโพรงอยู่ด้านล่าง โดยยังคงใช้ตัวแปร D และ Hc ที่ได้จาก GPR เช่นเดิม แต่กำหนดเกณฑ์ใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพโครงสร้างถนนของไทย โดยเฉพาะในกรณีโพรงตื้นซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญ ศ.ดร.วรัช อธิบายว่า หากโพรงมีขนาดเท่ากัน ความเสี่ยงจะขึ้นอยู่กับความลึกจากผิวถนน เช่น โพรงกว้าง 50 เซนติเมตรเหมือนกันแต่ลึก 80 เซนติเมตรยังมีโครงสร้างชั้นทางช่วยรับน้ำหนัก ทำให้โอกาสยุบตัวน้อยกว่า แต่หากโพรงเดียวกันอยู่ตื้นเพียง 20 เซนติเมตร ความหนาของชั้นโครงสร้างชั้นทางที่เหลืออยู่จะลดลงจนไม่สามารถถ่ายแรงลงสู่ดินฐานรากได้อย่างมั่นคง ทำให้ผิวคอนกรีตเสี่ยงแตกร้าวและยุบตัวทันทีเมื่อมีรถวิ่งผ่าน ดังนั้น หากขนาดโพรงเท่ากัน โพรงที่ตื้นกว่าย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่า
![]() |
| เครื่องตรวจอสอบโพรงใต้ดิน (ตรวจซ้ำในจุดที่ค้นพบด้วยรถแล้ว) ⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼⎼ |
ศ.ดร.วรัช เปรียบการสำรวจโพรงใต้ดินว่าเป็นเสมือน “การทำประกันสุขภาพ” ให้ถนน เพราะเป็นการลงทุนล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต แทนที่จะรอให้ถนนยุบหรือถล่มแล้วค่อยซ่อม ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าอย่างมาก ระยะต่อไปคือการนำข้อมูลจากรถสำรวจ GMS3 มาพัฒนา “แผนที่ความเสี่ยงโพรงใต้ดิน” ทั่วประเทศ เพื่อให้หน่วยงานสามารถจัดลำดับพื้นที่เร่งด่วนและใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าและแม่นยำ ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นครั้งนี้จึงไม่เพียงยกระดับเทคโนโลยี แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความปลอดภัยของระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพราะความเสียหายจากหลุมยุบอาจประเมินค่าไม่ได้



.jpg)
.jpg)


