"เศรษฐา"มอบรางวัลสุดยอดผู้ส่งออก PM’s Export Award 2023
นายกรัฐมนตรีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ปี 2566 รวมจำนวน 40 รางวัล ดังนี้ 1. รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม 6 รางวัล 2. รางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม 10 รางวัล 3. รางวัลธุรกิจ BCG ส่งออกยอดเยี่ยม 7 รางวัล 4. รางวัลสินค้าไทยที่มีการออกแบบยอดเยี่ยม 7 รางวัล 5. รางวัลธุรกิจบริการยอดเยี่ยม 4 รางวัล ประกอบด้วย สาขาโรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง 1 รางวัล สาขาดิจิทัลคอนเทนท์และซอฟต์แวร์ 1 รางวัล สาขาธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ 2 รางวัล รางวัลสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม 2 รางวัล และรางวัลสินค้าฮาลาลยอดเยี่ยม 4 รางวัล
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล พร้อมกล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจการค้าที่เปลี่ยนแปลงและมีความผันผวนตลอดเวลา ทำให้ประเทศไทยต้องตื่นตัวในการพัฒนาเศรษฐกิจในทุก ๆ มิติ หนึ่งในนั้นคือภาคการส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกถือว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้สามารถแข่งขันได้ภายใต้บริบทโลกยุคใหม่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างตลอดเวลา รัฐบาลเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออก เน้นการสร้างรายได้เข้าประเทศ โดยใช้การทูตเชิงรุก สร้างเครือข่ายทางการค้ากับต่างประเทศด้วยการเจรจา จากการได้รับความร่วมมือจากภาคการค้าเพิ่มขึ้น เพื่อหาตลาดใหม่ ๆ และรักษาตลาดเดิม รวมถึงตลาดเพื่อนบ้าน โดยพัฒนาสินค้า ด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ สร้างอัตลักษณ์ความเป็นไทยและสินค้าในภาคเกษตร โดยรัฐบาลใช้คำว่า สร้างการเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่ม และเพิ่ม Productivity โดยใช้นวัตกรรม รวมทั้งสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ ให้มีจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการที่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน และมีความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ รัฐบาลส่งเสริมนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ โดยมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ แห่งชาติเพื่อเฟ้นหาศักยภาพและยกระดับคนไทยให้กับแรงงานที่มีทักษะชั้นสูง และเปิดตลาดใหม่ใน 11 ภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งสานต่อนโยบาย Carbon Neutrality เป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เปิดประตูการค้าภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบใหม่ที่เอื้อต่อความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ ทั้งหมดนี้เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศเข้มแข็ง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกมีความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเปลี่ยนกลยุทธ์พัฒนาสินค้าและบริการ ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของโลก โดยรางวัล PM’s Export Award ที่ทุกท่านได้รับวันนี้ ถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุด และเป็นรางวัลเชิดชูผู้ประกอบการไทยที่มุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพมาตรฐานในทุกมิติ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งด้านการประกอบธุรกิจ นวัตกรรม แบรนด์ การส่งออก การออกแบบ และคุณภาพ ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ SDGs
“ขอขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้จัดการมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการไทยทุก ๆ สาขา และในกลางเดือนนี้กระทรวงพาณิชย์จะทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเชิญทูตพาณิชย์และเอกอัครราชทูตจากทั่วโลก มาประชุมใหญ่เพื่อให้นโยบายในการที่จะช่วยผู้ส่งออกทุกท่านมีการเปิดตลาดที่ดีขึ้น ที่รวดเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และมีทูตพาณิชย์เป็นผู้นำในการเป็นหัวหอกในการที่จะพยายามหารายได้เข้าประเทศ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้พวกท่านได้เร่งทำงานต่อไป เพื่อการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดโลก และขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจเพื่อเป็นแบบอย่าง และแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ใช้ต่อยอด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภาคส่งออกของไทยให้เติบโตและเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว
สำหรับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น PM’s Export Award กระทรวงพาณชิย์ได้จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตลอด 30 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2535 มีผู้ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น จำนวน 798 รางวัล จาก 257 บริษัท และในทศวรรษใหม่กับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 31 ภายใต้แนวคิด “Better Vision Brighter Future : เปิดมุมมองใหม่ ขับเคลื่อนธุรกิจไทยมุ่งสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต อย่างเต็มภาคภูมิ” โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) สำหรับรางวัล PM’s Export Award 2023 มีผู้สมัครเข้ารับรางวัลทั้งหมดจำนวน 162 ราย ผ่านการพิจารณาเข้ารับรางวัลใน 7 สาขา รวม 40 รางวัล 37 บริษัท และจากข้อมูลการส่งออกของผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลในปีนี้ มีส่วนในการสร้างรายได้เข้าประเทศในปี 2565 คิดเป็นมูลค่า 14,567.65 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.79 จากปีก่อนหน้า และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 (มกราคม - กันยายน) ได้สร้างรายได้ให้แก่ประเทศแล้วประมาณ 12,257.24 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.96 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในการสนับสนุนการจ้างงานไม่น้อยกว่า 7,654 ราย
-------------------------------
เนื้อหาและภาพประกอบจากเว็บไซต์รัฐบาลไทย : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/74399



