Header Ads

ชากุระฯ จัดกิจกรรม“เด็กไทยหัวใจศิลป์”เยาวชนแห่ร่วมคึกคัก

บริษัท ชากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด โครงการ show it Of  เด็กไทยหัวใจศิลป์ ครั้งที่ 8  "Sakura Young Creator Art Camp" มีเยาวชนจาก 53 โรงเรียนเข้าร่วมเรียนรู้และร่วมร้างสรรค์งานศิลปะอย่างคึกคัก “อภิชา” ระบุไม่คาดหวังเป็นเวทีสร้างศิลปินในอนาคต แค่มีเวทีให้เด็กเยาวชนได้เข้าร่วม ได้เรียนรู้ และแสดงออก ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

        เมื่อวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2566  ที่ผ่านมา ณ Anchapanya Art &Co Living space ถนนราชพฤกษ์บริษัท ชากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์สีและเครื่องเขียน ภายใต้ตราผลิตภัณฑ์ สีและเครื่องเขียน ซากุระ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพที่คำนึงถึงความปลอดภัยและใส่ใจในสิ่งแวดล้อม จัดโครงการ show it Of  เด็กไทยหัวใจศิลป์ ครั้งที่ 8  "Sakura Young Creator Art Camp" เนื่องจากมองเห็นความสำคัญของเยาวชน ที่เปรียบเสมือนต้นกล้าแห่งหัวใจศิลป์ที่พร้อมจะเติบโตเป็นเมล็ดพันธ์ศิลปะที่ดีในอนากต หากเขาเหล่านั้นได้ปุ๋ยชั้นดี ผ่านการชมงานศิลป์ เรียนรู้งานศิลป์ และสนับสนุนงานศิลป์ อันจะทำให้ศิลปะหยั่งรากลึก เติบโต และผลิบานงดงาม เพื่อจะเป็นสิ่งจรรโลงจิตใจของเยาวชนและสังคมสืบไป

โครงการ show it Of เด็กไทยหัวใจศิลป์ ครั้งที่8  "Sakura Young Creator Art Camp" เป็นการต่อยอดจาก "โครงการ show it of เด็กไทยหัวใจศิลปี" กับทางซากุระตั้งแต่ครั้งที่ 1 -7 ที่ผ่านมาที่มีกระแสตอบรับเป็นอย่างดีทั้งการจัดงานในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด ทั้ง นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และครั้งล่าสุดที่เชียงใหม่ ซึ่งโครงการ show it Of  เด็กไทยหัวใจศิลป์ ครั้งที่ 8  มีความพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยจัดขึ้นในรูปแบบการเยาวชนนักเรียนจำนวน 160 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากโรงเรียนต่างๆ 53 โรงเรียน โรงเรียนละ 3 คน พร้อมด้วยอาจารย์ที่ปรึกษาโรงเรียนละ  1 ท่าน รวมเป็น 210 คนมาทำกิจกรรม Art Camp  ณ อาคารอัญชปัญญา ถนนราชพฤกษ์ ซึ่งเยาวชนทุกคนจะมีโอกาสได้แสดงออก โชว์ไอเดียด้วยความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง และสนุกกับการเรียนรู้ศิลปะอย่างจัดเต็มจุใจ ในระยะเวลา 2 วัน ไม่ว่าจะเป็นการสเก็ตช์ภาพ วาดภาพ ระบายสี เทคนิคการใช้สี เรียนรู้สีและอุปกรณ์เครื่องเขียนประเกทต่างๆที่หลากหลายโดยจะได้รับคำแนะนำจากศิลปินชั้นครูระดับชาติ อาทิ  ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2552 รศ.พีระพงษ์ กุลพิศาล ประธานบริหารหลักสูตรศิลปกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาศิลปศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ดร.สุชาติ วงษ์ทอง ครูศิลปะและศิลปินนานาชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญทางด้านทัศนศิลป์ รศ.นพดล เนตรดี วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

รศ. นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศ.พัลลภ วังบอน วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลรัตนโกสินทร์ อ.สาโรจน์ อนันตอวยพร อาจารย์ประจำสาขาวิชาจิตรกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุร

นอกจากนี้ยังมีสิลปินชื่อดัง อ.สมโภชน์ สิงห์ทอง , อ.มนตรี สามฉิมโฉม , อ.เจยฎา ใจเดียว, อ.วิเชษฐ์ จันทร์นิยม, อ.เมืองมนต์ เคหารมย์,ดร.จักรพงษ์ แพทย์หลักฟ้า, คร.กรกฎ แพทย์หลักฟ้, อ.รตา อักษรทอง มาถ่ายทอดประสบการณ์ตรง ผ่านกิจกรรมเวิร์คช็อปร่วมกับเยาวชน

อภิชา ปัญญาอาจอง

        คุณอภิชา ปัญญาอาจอง กรรมการบริหาร บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า โครงการ show it Of  เด็กไทยหัวใจศิลป์ เกิดจากความมุ่งมั่นของบริษัทที่ต้องการสร้างสรรค์และพัฒนาเยาวชนให้เกิดเกิดแรงบันดาลใจและกล้าแสดงออกโดยใช้งานศิลปะสื่อในด้านความคิดและจินาการ โครงการนี้เป็นเวทีอิสระที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้นำเสนอผลงานและส่งมอบความุขผ่านผลงานศิลปะให้เป็นที่ชื่นชมของสาธารณะชน

“ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ความภาคภูมิใจ ความสนุกสนานและรอบยิ้มของเยาวชนจะผลิตบานเติบโตด้วยจิตนาการอันสดใสที่เยาวนชนได้แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระผสานเข้ากับทักษะได้รับรับเพิ่มเติมผ่านการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากมุมมองชั้นครูที่จะทำให้ก่อเกิดพันธุ์ไม้ใหม่ที่งดงามและมั่นคง”คุณอภิชา กล่าวและว่าในนามของ บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จากัด ขอขอบพระคุณศิลปินทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่มีคุณูปการสละเวลามาถ่ายทอดความรู้ เทคนิค มุมมอง ประสบการณ์ อันทรงคุณค่าในงานศิลปะให้แก่เยาวชนทุกคน ขอบพระคุณสถาบันการศึกษาทุกสถาบัน รวมไปถึงคณาจำรย์ทุกท่าน ที่เล็งเห็นความสำคัญของศิลปะ และขอขอบพระคุณทุกความร่วมมือ ที่เป็นแรงผลักดันให้ โครงการ Show it Off เด็กไทยหัวใจศิลป์ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างเยาวชน อันน่าภำคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยการมองเห็นถึงความสุขจากการได้ค่อยๆ เพาะต้นกล้าแห่งหัวใจศิลป์ ผ่านการชมงานศิลป์ เรียนรู้งานศิลป์ และสนับสนุนงานศิลป์ จะทำให้ศิลปะหยั่งราก เติบโต และผลิบานงดงาม เพื่อจะเป็นสิ่งจรรโลงจิตใจของเยาวชนและสังคมสืบไป

สำหรับโครงการ show it Of  เด็กไทยหัวใจศิลป์ ครั้งที่ 8  "Sakura Young Creator Art Camp" เยาวชนที่เข้าร่วมจะได้ทำกิจกรรมทั้งหมด 5 ฐาน ฐานที่  1  เป็นสีโปสเตอร์ ฐานที่ 2 เป็นสีอะครีลิก ฐานที่ 3 สีน้ำ ฐานที่ 4 เป็นการวาดลายเส้น ฐานที่ 5  เป็นดินปั้น โดยความเชื่อมโยงของแต่ละฐานคือ การที่เด็กจะนำเทคนิคของแต่ละฐานมาใช้ร่วมกันได้

กรรมการบริหาร บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า จุดเริ่มต้นของโครงการนี้เราต้องการให้เด็กมีเวทีแสดงออกทางศิลปะ ภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง เพราะงานศิลปะนอกจากใช้ความคิดสร้างสรรค์ จิตนาการสร้างผลงานออกมาแล้วต้องมีเวทีแสดงให้สาธารณชนได้ดูจึงใช้ชื่อว่า Show it Off  แสดงมันออกมา เพื่อให้เด็กไทยกล้าแสดงออกผ่านงานศิลปะมากขึ้น

“จาก 7 ครั้งที่ผ่านมาเรามองเห็นความเปลี่ยนแปลงของเด็กที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความกล้าแสดงออกมามากขึ้น ในครั้งแรกๆ เท่าที่สังเกตเห็นเด็กจะไม่ค่อยกล้าในการลงสีเท่าที่ควร ยังต้องถามครู อาจารย์ หรือยึดตามแบบ แต่มาครั้งนี้เห็นว่าเด็กมีความกล้าที่จะลงสีมากขึ้น อยากที่จะบอกว่าอยากวาดอะไร อยากเสนออะไร ถามครูแค่ว่าใช้สีอะไรจึงเหมาะสมกับชิ้นงาน หรือถามเทคนิคที่จะใช้สร้างงานเท่านั้น ที่เหลือเขาคิดกันเอง และที่พิเศษคือปีนี้เราเสริมดินเบามาให้เด็กทำงานปั้น ซึ่งเด็กๆ มีความสนุกกับการสร้างงานและทำผลงานออกมาได้ดี”

คุณอภิชา กล่าวด้วยว่า นอกจากโครงการโครงการ show it Of  เด็กไทยหัวใจศิลป์ แล้วบริษัทยังมีกิจกรรมทางศิลปะอีกหลากหลายสำเด็กเด็กและเยาวชนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กโตจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เพราะเห็นว่างานศิลปะอยู่กับคนทุกระดับ อยู่กับเราทุกที่ ไม่ว่าในอนาคตจะไปทำงานอะไรต้องใช้ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน จึงอยากให้ทุกคนมีความสุขกับงานศิลปะ อยากให้ทุกคนทำงานศิลปะเพื่อปลดปล่อยจิตนาการของตัวเองออกมา

ส่วนหนึ่งของผลงานเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม

“เราไม่ได้คาดหวังว่ากิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้นจะเป็นเวทีสร้างศิลปินในอนาคต แค่คาดหวังให้เด็กเยาวชนได้เข้าร่วม ได้เรียนรู้ มีเวทีแสดงออก แค่นี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว”คุณอภิชา กล่าวพร้อม เชิญชวนเด็กเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมกับบริษัทชากุระโปรดัคส์ฯ ที่จัดอย่างต่อเนื่อง หลากหลาย โดยสามารถติดตามตารางกิจกรรมที่บริษัทจัดและสมัครเข้าร่วมได้ที่ https://www.sakura.in.th/ และ เฟสบุ๊ค Sakura Products Thailand > https://www.facebook.com/SakuraProductsThailand/

ด้านคุณภูวเดช ปัญญาอาจอง  รองกรรมการบริหาร  บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า โดยปกติทางบริษัทมีงานที่พยายามส่งเสริมเยาวชนมาอย่างต่อเนื่องทุกปี  มีทั้งที่เป็นโครงการประกวดวาดภาพ โครงการศิลปะและโครงการศิลปะสำหรับผู้สูงวัยที่เพิ่มเริ่มในปีนี้ที่สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อใช้ศิลปะมาช่วยลดเรื่องความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ ช่วยพัฒนาผู้สูงวัย เป็นโครงการที่ทำร่วมกับชุมชนผู้สูงวัย 
ส่วนโครงการของเด็ก ๆ ที่เพิ่งจัดไปในปีนี้ จัดที่จ.พิจิตร เป็นการประกวดวาดภาพ โดยมีศิลปินไปร่วมงานด้วย เพื่อชี้แนะแนวทางให้กับน้อง ๆ มีการจัดแคมป์วาดภาพ เพื่อให้น้อง ๆ ได้สัมผัส ได้มีอารมณ์ความรู้สึกกับการได้ใช้วัสดุ สี ดินปั้นด้วยมือของตัวเอง ซึ่งแตกต่างไปจากการใช้เทคโนโลยีที่เข้ามา เช่น การวาดภาพบนไอแพด น้อง ๆจะได้สนุกหัวเราะ เล่นกัน เป็นความรู้สึกที่แตกต่างกัน อีกทั้งการใช้มือยังช่วยให้มีการพัฒนากล้ามเนื้อมือ มากกว่าการที่เขาจดจ่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ไอแพด 
ภูวเดช ปัญญาอาจอง
“กิจกรรมนี้เราต้องการให้เป็นเวทีที่จะส่งเสริมศิลปินตัวน้อยๆได้รู้จักอุปกรณ์ศิลปะ ได้มาแสดงฝีมือของตัวเองออกมา ก่อนที่เราจะเจอกิจกรรมนี้ เราไปเจอสิ่งหนึ่งมาคือ เด็กๆเรียนศิลปะ 1คาบต่อสัปดาห์ และครูที่สอนอาจจะไม่ใช่ครูศิลปะ  นอกจากนี้น้องๆบางคนไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ศิลปะได้ เราสนับสนุนเต็มที่ ให้น้องๆได้รู้จักอุปกรณ์ศิลปะโดยมีผู้ฝึกสอนศิลปะ”
  ทั้งนี้ในกิจกรรมครั้งล่าสุดนี้มีคณะครูและนักเรียนเข้าร่วม 53โรงเรียน  ทำกิจกรรมทั้งหมด 5 ฐาน ฐานที่1 เป็นสีโปสเตอร์ ฐานที่2 เป็นสีอะครีลิก ฐานที่3 สีน้ำ ฐานที่4เป็นการวาดลายเส้น ฐานที่5  เป็นดินปั้น โดยความเชื่อมโยงของแต่ละฐานคือ การที่เด็กจะนำเทคนิคของแต่ละฐานมาใช้ร่วมกันได้
“คาดหวังว่า การจัดกิจกรรมนี้จะได้เห็น น้องๆได้สนุกกัน อันนี้เป็นส่วนสำคัญของศิลปะเลย และเน้นมองที่การพัฒนาว่า เราต้องการส่งมอบสิ่งดีๆให้กับน้องๆเยาวชน เขาเป็นเมล็ดพันธุ์ เป็นต้นอ่อนที่รอวันเติบโต การที่รอการเติบโต ต้องรดน้ำดีๆ ถ้าเราดูแลไม่ดี มันสามารถที่จะแตกสลายได้ ในส่วนนี้คือ เราต้องการที่จะพัฒนา ให้น้องๆเยาวชนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ หนึ่งในนี้หรืออาจจะหลายๆคน อนาคตเขาอาจจะเติบโตไปเป็นศิลปินมีชื่อเป็นที่รู้จักในระดับโลกก็ได้ เราไม่สามารถรู้ได้เลย อาจจะมีบางคนไปได้ไกลถึงขั้นแบบแวนโก๊ะ ปิกัสโซ่ ก็เป็นไปได้”
คุณภูวเดช ยังเสนอแนะให้ทุกภาคส่วนช่วยกันสนับสนุนเด็ก ๆ ได้เรียนรู้ โดยกล่าวว่า  “ผมมองว่า ไม่ใช่แค่ศิลปะ แต่ยังมีอีกหลายอุตสาหกรรม หลายส่วนที่สามารถจะส่งเสริมเด็กนักเรียนได้ คืออยากให้ส่งเสริมกันมากขึ้น เพื่อให้เด็กต่อยอดต่อไปได้ ถ้าหากผู้ใหญ่ไม่ส่งเสริม บริษัทไม่ส่งเสริม หรือภาครัฐไม่ส่งเสริม น้องๆเขาก็ไม่สามารถจะไปต่อได้ เขาก็จะติดอยู่ในกรอบ ศิลปะคือ สิ่งที่ทำให้เด็กคิดได้ว่าอะไรคือ นอกกรอบ  ซึ่งเด็กคือ อนาคตของชาติ ทำไมญี่ปุ่น เกาหลี หรือเด็กประเทศอื่นๆเขาถึงเก่ง เพราะเขาฝึกให้เด็กคิดนอกกรอบ ถ้าเราจำกัดเขาให้อยู่ในกรอบ วาดรูปต้อง 4 เหลี่ยมเท่านั้น เด็กก็จะไม่สามารถออกนอกกรอบได้ การที่ให้เด็กได้คิดนอกกรอบคือการเพิ่มความสามารถในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้แก่พวกเขา”




Theme images by fpm. Powered by Blogger.